สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชัยภูมิ
Office of the Provincial Election Commission of chaiyaphum


 
 
แจ้งเบาะแสทุจริตเลือกตั้ง
ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์
ลูกเสืออาสา กกต.
เครื่องลงคะแนนอิเลคทรอนิกต้นแบบ
องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
ฐานข้อมูลหน่วยงานของรัฐ
ห้องสมุดดิจิทัลคิดดี
 
 

การสิ้นสภาพ การเลิก การยุบพรรค

การสิ้นสภาพ การเลิกและยุบพรรคการเมือง
          1. พรรคการเมืองย่อมสิ้นสภาพลงด้วยสาเหตุต่าง ๆ คือ

          1.1 ไม่สามารถจัดหาสมาชิกให้ครบตามจำนวน 5,000 คนภายใน 1 ปี
                   1.2 ไม่ส่งผู้สมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งทั่วไป 2 ครั้งติดต่อกัน หรือเป็นเวลา 8 ปีติดต่อกัน สุดแต่ระยะเวลาใดจะยาวกว่ากัน
                   1.3 มีจำนวนสมาชิกเหลือไม่ถึง 5,000 คนเป็นเวลาติดต่อกัน 1 ปี
                   1.4 ไม่มีการเรียกประชุมใหญ่พรรค หรือไม่มีการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองเป็นเวลาติดต่อกัน 1 ปี โดยมิได้มีเหตุอันสมควร

โดยผู้ที่จะทำการประกาศให้พรรคการเมืองนั้นสิ้นสภาพลงคือ นายทะเบียนพรรคการเมืองโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง แต่หากหัวหน้าพรรคการเมืองเห็นว่าประกาศการสิ้นสภาพพรรคการเมืองไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 สามารถยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาให้มีคำสั่งยกเลิกประกาศได้ ทั้งนี้บทบัญญัติการสิ้นสภาพพรรคการเมืองนี้ไม่สามารถนำมาบังคับใช้กับพรรคการเมืองที่มีสมาชิกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้

          2. พรรคการเมืองย่อมเลิกด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งคือ การเลิกพรรคการเมืองตามข้อบังคับพรรคการเมือง หรือมีการควบรวมพรรคการเมืองเกิดขึ้น
          3. การยุบพรรคการเมือง พรรคการเมืองจะถูกคำสั่งให้ยุบพรรคการเมืองในกรณีที่มีเหตุต้องเลิกตามข้อบังคับพรรคการเมืองแต่พรรคการเมืองนั้นมีสมาชิกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ หรือในกรณีที่ไม่มีการรายงานการดำเนินกิจการทางการเมืองและรายงานการใช้จ่ายเงินสนับสนุนของพรรค โดยให้นายทะเบียนยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วันนับแต่วันที่ความปรากฏต่อนายทะเบียน และให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น โดยให้นายทะเบียนประกาศในราชกิจจานุเบกษา
          ในอีกกรณีหนึ่งที่พรรคการเมืองอาจจะถูกยุบอันเนื่องมาจากสาเหตุของการกระทำของพรรคการเมือง เช่น

- การกระทำการล้มล้างหรือเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือทำการให้ได้มาซึ่งอำนาจที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

- การกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมีผลทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยไม่สุจริต ยุติธรรม

- กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และ

- การกระทำที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงภายในและภายนอกราชอาณาจักรหรือขัดต่อกฎหมายหรือความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดีงามของประชาชน  ในกรณีเหล่านี้เมื่อนายทะเบียนได้ข้อเท็จจริงแล้วให้แจ้งต่ออัยการสูงสุดพร้อมหลักฐาน เมื่ออัยการเห็นว่ามีมูลก็ให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีคำสั่งยุบพรรค แต่หากอัยการสูงสุดไม่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้นายทะเบียนตั้งคณะกรรมการขึ้นซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทนจากนายทะเบียนและผู้แทนจากอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการรวบรวมหลักฐานและส่งให้อัยการสูงสุดต่อไป แต่หากว่าคณะกรรมการดังกล่าวมิอาจหาข้อยุติได้ภายใน 30 วัน ให้นายทะเบียนเป็นผู้มีอำนาจยื่นคำร้องนั้นเอง ผลของการยุบพรรคการเมืองตามบทบัญญัติข้างต้น กรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ถูกสั่งยุบพรรคการเมืองจะไม่สามารถขอจดแจ้งจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองใหม่หรือมีส่วนร่วมในการจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ได้ ภายในระยะเวลา 5 ปี นับจากวันที่พรรคการเมืองต้องยุบไป หรือในกรณีที่ปรากฏหลักฐานว่าหัวหน้าพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรคการเมืองผู้ใดมีส่วนร่วม รู้เห็น หรือปล่อยปละละเลย ก่อให้เกิดการกระทำอันมิควรดังกล่าว ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งของบุคคลนั้นเป็นระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่มีคำสั่งยุบพรรค


 
 


ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 16
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 290,280