สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชัยภูมิ
Office of the Provincial Election Commission of chaiyaphum


 
 
แจ้งเบาะแสทุจริตเลือกตั้ง
ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์
ลูกเสืออาสา กกต.
เครื่องลงคะแนนอิเลคทรอนิกต้นแบบ
องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
ฐานข้อมูลหน่วยงานของรัฐ
ห้องสมุดดิจิทัลคิดดี
 
 

การดำเนินกิจการของพรรคการเมือง

  การดำเนินกิจการของพรรคการเมือง
             1.การดำเนินกิจการของพรรคการเมือง ในการดำเนินกิจการต่าง ๆ ของพรรคการเมือง คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองมีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินกิจการต่าง ๆ  ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและนโยบายของพรรค ฯลฯ  ด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ ซื่อสัตย์สุจริตและส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตย  ในพรรคการเมือง โดยกรรมการบริหารพรรคการเมืองต้องรับผิดชอบร่วมกันในบรรดามติของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง และในการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารพรรค กรรมการบริหารพรรคการเมืองไม่ต้องรับผิดชอบในการกระทำหรือมติของพรรคการเมืองในกรณีที่ได้มีการคัดค้าน ในที่ประชุมโดยปรากฏในรายงานการประชุมพรรคหรือมีการทำหนังสือแจ้งต่อประธานในที่ประชุมภายใน 7 วันนับแต่สิ้นสุดการประชุม ในกรณีที่ไม่ปรากฏในรายงานการประชุม
                2. การจัดทำทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง หัวหน้าพรรคการเมืองมีหน้าที่จัดทำทะเบียนพรรคการเมืองของตนให้ตรงกับความเป็นจริง พร้อมกับจัดเก็บไว้ที่สำนักงานใหญ่ของพรรคพร้อมให้นายทะเบียนตรวจสอบได้ โดยหัวหน้าพรรคการเมืองต้องมีการแจ้งการเพิ่ม-ลดของสมาชิกพรรคให้นายทะเบียนทราบภายในวันที่ 7 ของทุก ๆ 3 เดือน และมีการจัดทำเอกสารสรุปยอดสมาชิกพรรคการเมืองในรอบปีให้นายทะเบียนทราบภายในเดือนมกราคมของทุกปี และให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจัดทำทะเบียนสมาชิกพรรคการเมืองในระบบอิเล็กทรอนิกส์โดยให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าทะเบียนที่ปรากฏนั้นเป็นของจริง เว้นแต่จะมีการพิสูจน์เป็น

อย่างอื่น
                3. ข้อห้ามในการดำเนินกิจการพรรคการเมือง ในการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง มีสาระสำคัญดังนี้

                        3.1 ห้ามมิให้พรรคการเมืองรับบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยเข้าเป็นสมาชิกหรือดำรงตำแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมือง

                        3.2 ห้ามมิให้ผู้ไม่มีสัญชาติไทยเข้าเป็นสมาชิกหรือดำรงตำแหน่ง ใด ๆ ในพรรคการเมือง

                        3.3 ห้ามมิให้สมาชิกที่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำนอกจากข้าราชการการเมือง พนักงาน เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมืองหรือตำแหน่งอื่นใดของพรรคการเมือง

     3.4 ห้ามมิให้มีการเสนอหรือสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์ใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมเพื่อที่จะจูงใจให้บุคคลเข้ามาเป็นสมาชิกพรรค
                        3.5 ห้ามมิให้ผู้ใดเรียกรับ หรือยอมรับเงินหรือทรัพย์สินอื่นใด  หรือประโยชน์อื่นใดจากพรรคการเมืองเพื่อยอมสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง
                        3.6 ห้ามมิให้ผู้ใดเป็นสมาชิกพรรคการเมืองในขณะเดียวกันเกินหนึ่งพรรคการเมือง
                        3.7 ห้ามมิให้ผู้ใดใช้ชื่อ ชื่อย่อ ภาพเครื่องหมาย หรือถ้อยคำที่น่า จะทำให้ประชาชนเข้าใจว่าเป็นพรรคการเมือง หรือใช้ชื่อที่มีอักษรโดยประกอบว่า “พรรคการเมือง” หรืออักษรต่างประเทศซึ่งแปลงหรืออ่านว่า “พรรคการเมือง” ในดวงตรา ป้ายชื่อ จดหมาย ใบแจ้งความ หรือเอกสารอื่น หรือในข้อมูลทางการสื่อสารใด ๆ โดยมิได้เป็นพรรคการเมือง

                4. ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองนั้นต้องดำเนินการรับสมัครสมาชิกให้มีจำนวนไม่น้อยกว่าห้าพันคน ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยสมาชิกซึ่งมีที่อยู่ในแต่ละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่นายทะเบียนประกาศกำหนด และมีสาขาพรรคการเมืองอย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขา

                5. หากพบว่าหัวหน้าพรรคการเมือง คณะกรรมการพรรคการเมือง หรือกรรมการบริหารพรรคการเมืองจัดให้พรรคการเมืองกระทำการใด ๆ ที่ฝ่าฝืนนโยบายพรรค หรือข้อบังคับพรรคการเมือง ให้นายทะเบียนทำหนังสือทำหนังสือเตือนและให้แก้ไขการกระทำนั้นให้ถูกต้องตามระยะเวลาที่นายทะเบียนกำหนด หากยังไม่มีการแก้ไขนายทะเบียนสามารถส่งเรื่องต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณามีคำสั่งระงับหรือแก้ไขการกระทำนั้น หรือให้หัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหาร กรรมการบริหารออกจากตำแหน่งได้
                ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้บุคคลออกจากตำแหน่งกรรมการบริหารหรือหัวหน้าพรรค บุคคลนั้นจะไม่มีสิทธิเป็นกรรมการบริหารพรรค อีกเป็นระยะเวลา 2 ปีนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง
                นอกจากนั้นยังมีบทบัญญัติที่ห้ามมิให้พรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมืองช่วยเหลือหรือสนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือผู้เข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกวุฒิสภา ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม

                6. การถอดถอนผู้บริหารพรรคการเมืองและการเปลี่ยนแปลงนโยบาย ข้อบังคับหรือมติของพรรคการเมือง บทบัญญัติที่เพิ่มเติมเข้ามาจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2541 ในเรื่องของการให้สิทธิของสมาชิกพรรคในการถอดถอนผู้บริหารพรรคการเมืองและการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของพรรคการเมืองได้เมื่อเห็นว่าข้อบังคับนั้นอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือขัดต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยในส่วนของการถอดถอนผู้บริหารพรรคการเมืองนั้นต้องมีสมาชิกในน้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกที่มีทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่า 10,000 คน ขึ้นอยู่กับว่าจำนวนใดน้อยกว่าก็ให้ใช้จำนวนสมาชิกนั้น เข้าชื่อทำคำร้องขอถอดถอนหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรคออกจากตำแหน่งโดยต้องมีการจัดให้มีประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคการเมืองภายใน 30 วันนับแต่ที่มีคำร้องไปถึงพรรคการเมือง โดยมติในที่ประชุมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ของจำนวนผู้เข้าประชุม โดยให้เป็นการลงคะแนนลับ
                 ซึ่งการร้องขอถอดถอนนี้จะกระทำได้เพียงครั้งเดียวในวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการบริหารพรรค แต่หากว่าหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะไม่สามารถทำการถอดถอนออกจากตำแหน่งได้
                7. การตรวจสอบและเปลี่ยนแปลงข้อบังคับหรือมติของพรรคการเมืองนั้น หากสมาชิกพรรคเห็นว่ามติหรือข้อบังคับของพรรคที่ตนเป็นสมาชิกจะขัดต่อสถานะและการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ หรือขัดแย้งกับหลักการพื้นฐานแห่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็มีสิทธิร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยได้ ซึ่งกระบวนการนี้กระทำได้โดยต้องมีสมาชิกพรรคการเมืองซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรรมการบริหารจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกพรรคจำนวนไม่น้อยกว่า 100 คน ทำการยื่นเรื่องดังกล่าวต่อศาลรัฐธรรมนูญ
                 หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วเห็นว่าข้อบังคับหรือมติดังกล่าวนั้นมีความขัดแย้งต่อหลักการการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญและหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็ให้มติหรือข้อบังคับนั้นตกไป
                8. การรายงานการดำเนินกิจการและการใช้จ่ายเงินสนับสนุน พรรคการเมืองจะต้องทำการรายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองและรายงานการใช้จ่ายเงินสนับสนุนพรรคการเมืองโดยในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมาตามที่นายทะเบียนได้กำหนด และแจ้งให้นายทะเบียนทราบภายในเดือนมีนาคมของทุกปี แต่หากพรรคการเมืองใดมิได้มีการรายงานการดำเนินกิจการของพรรคหรือรายงานการใช้จ่ายเงินสนับสนุน นายทะเบียนสามารถสั่งให้พรรคการเมืองรายงานภายในระยะเวลาที่กำหนด หากพ้นกำหนดแล้วยังไม่มีการรายงานต่อนายทะเบียน ให้นายทะเบียนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการให้มีการยุบพรรคการเมืองนั้น
                 นอกจากการดำเนินกิจการทางของพรรคการเมืองดังกล่าวแล้ว หน้าที่ที่สำคัญอย่างหนึ่งของหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมืองคือ การต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินละหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะในวันที่เข้ารับตำแหน่ง วันที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือถูกยุบ หรือวันที่พ้นจากตำแหน่งแล้วแต่กรณี ภายใน 30 วันนับจากวันที่เข้ารับตำแหน่ง หรือวันที่สิ้นสุดอายุของสภาหรือสภาถูกยุบ หรือวันที่พ้นตำแหน่ง


 
 


ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 95
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 288,871