สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย
Office of Chiangrai Election Commission
เมนูหลัก
หน้าแรก
ข้อมูลพื้นฐาน(About Us)
ประวัติ ความเป็นมาของ สนง.กกต.จว.
โครงสร้าง อำนาจหน้าที่ของ กกต.จว. และ สนง.กกต.จว.
ทำเนียบ กกต.จว./ผอ.กต.จว.
บุคลากร (กกต.จว. และ พนง.กกต.จว.)
ที่ตั้งและหมายเลขโทรศัพท์
ข้อมูลทางการปกครอง
ข้อมูลทั่วไปของจังหวัดเชียงราย
แผนที่จังหวัด
อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน และ อปท.
จำนวนประชากรและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ปฏิทินกิจกรรม
งานจัดการเลือกตั้ง
หน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้ง
การเลือกตั้ง ส.ส.
- กระบวนการเลือกตั้ง
- การแบ่งเขตเลือกตั้ง
- หน่วยเลือกตั้ง/หน่วยเลือกตั้งกลาง
- สถิติข้อมูลเลือกตั้ง ส.ส.เชียงราย
การเลือกตั้ง ส.ว.
- กระบวนการเลือกตั้ง
- หน่วยเลือกตั้ง/หน่วยเลือกตั้งกลาง
- สถิติข้อมูลเลือกตั้ง ส.ว.เชียงราย
การเลือกตั้งท้องถิ่น
- แบบฟอร์มท้องถิ่น
- อปท.ที่ครบวาระ
- กระบวนการเลือกตั้ง
- การสรรหา กกต.ท้องถิ่น
- การแบ่งเขตเลือกตั้ง
- ประกาศให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น
- ประกาศรายชื่อผู้สมัคร (ส.ถ./ผ.ถ.27)
- ผลการเลือกตั้ง
- ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง
- กรอบระยะเวลาการยื่นบัญชีรายรับ-รายจ่ายของผู้สมัครรับเลือกตั้ง สถ./ ผถ.
- สถิติข้อมูลเลือกตั้งท้องถิ่น
การถอดถอน ผถ./สถ.
การออกเสียงประชามติ
ทะเบียนเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
งานสืบสวนสอบสวน
การร้องคัดค้านการเลือกตั้ง
การร้องขอให้วินิจฉัยสิทธิสมัคร
ข้อห้ามข้อปฏิบัติในการหาเสียงเลือกตั้ง
- ส.ส. / ส.ว.
- ท้องถิ่น
อื่นๆ
งานพรรคการเมือง
ประกาศวงเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งท้องถิ่น
การตรวจติดตามสาขาพรรคการเมือง
พรรคการเมืองและสาขาพรรคการเมืองในพื้นที่จังหวัดเชียงราย
การรับยื่นบัญชีค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง
- -การเลือกตั้ง ส.ส.
- -การเลือกตั้งท้องถิ่น
งานการมีส่วนร่วมฯ
เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์
โครงการค่ายเยาวชนกับการเรียนรูัประชาธิปไตยกับการเลือกตั้ง
อชช.
ลูกเสืออาสา กกต.
การให้การศึกษา, เครือข่าย, วิทยากร, การอบรม 4 ช่วงชั้น
ดีเจประชาธิปไตย
การเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์
วารสาร กกต.เชียงราย
กฎหมาย / ระเบียบ / ข้อบังคับ
รัฐธรรมนูญ
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
พระราชบัญญัติ
พระราชกฤษฎีกา
ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง
คำสั่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง
คำวินิจฉัย และคำสั่งศาล
ข่าวประชาสัมพันธ์
กิจกรรมของ กกต.จว.
การจัดซื้อจัดจ้าง
สื่อประชาสัมพันธ์และเผยแพร่
แบบฟอร์ม
สื่อสิ่งพิมพ์
สื่อมัลติมีเดีย
ทำเนียบ
ส.ส.ชุดที่ 24
ส.ส.
ส.ว.
สถ./ผถ.
ติดต่อเรา
ปฏิทิน
พฤษภาคม 2556
อา
จ
อ
พ
พฤ
ศ
ส
1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
31
กระบวนการเลือกตั้ง
การเลือกตั้งท้องถิ่น
การเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน การปกครองระบอบประชาธิปไตย คือ การปกครองที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน โดยประชาชนจะมีส่วนร่วมในการปกครองตนเอง แต่ในทางปฎิบัติเป็นไปไม่ได้ที่ประชาชนทุกคนจะทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองด้วยตนเองโดยตรง จึงต้องใช้ระบบตัวแทน คือ การให้ประชาชนเลือกตั้งผู้แทนไปทำหน้าที่สำคัญแทนพวกเรา เช่น ปกป้องผลประโยชน์ และดูแลทุกข์สุขของประชาชนในท้องถิ่น ให้ประชาชน อยู่ดีกินดี เรียกร้องให้แก้ไขปัญหาความเดือนร้อนที่เกิดขึ้นในชุมชน ซึ่งหากไม่มีผู้แทนก็จะไม่มีผู้นำเสนอปัญหาของชุมชน และปัญหาเหล่านั้นก็จะไม่ได้รับการแก้ไข
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบจ./อบต./เทศบาล) มีหน้าที่จัดบริการให้กับประชาชนในเขตพื้นที่นั้น ๆ โดยมีนายก อบจ./นายก อบต. หรือนายกเทศมนตรี ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเป็นผู้รับผิดชอบ มีสภาท้องถิ่น ทำหน้าที่ควบคุมตรวจสอบการบริหารงาน
การบริการแก่ประชาชนในด้านต่าง ๆ เช่น
* ด้านการศึกษา วัฒนธรรม ประเพณี
* ด้านสาธารณูปโภค
* ด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โรคติดต่อ
*
ส่งเสริมพัฒนา สตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ
ผู้แทนในระดับท้องถิ่น
ฝ่ายนิติบัญญัติ
ฝ่ายบริหาร
มีหน้าที่ออกกฎหมายท้องถิ่น และตรวจสอบการบริหารงานของท้องถิ่น ได้แก่
1. ส.อบต.
2. ส.ท.
3. ส.จ.
4. สมาชิกสภาเมืองพัทยา
5. ส.ก.
มีหน้าที่ในการควบคุมและบริหารกิจการของท้องถิ่น ได้แก่
1. นายก อบต.
2. นายกเทศมนตรี
3. นายก อบจ.
4. นายกเมืองพัทยา
5. ผู้ว่าราชการ กทม.
เมื่อไหร่จะมีการเลือกตั้ง
1.
สภาท้องถิ่นครบวาระ ต้องเลือกตั้งภายใน 45 วัน
2.
สภาท้องถิ่นถูกยุบ ต้องเลือกตั้งภายใน 60 วัน
3.
กกต.สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ต้องเลือกตั้งภายใน 60 วัน
4.
สมาชิกสภาท้องถิ่นตาย ลาออก หรือพ้นสมาชิกภาพตาม พ.ร.บ. ต้องเลือกตั้งภายใน 60 วัน เว้นแต่เหลืออายุสภา ไม่ถึง 180 วัน
ผู้สมัครรับเลือกตั้ง
องค์การบริหารส่วนจังหวัด
คุณสมบัติของนายก อบจ.
1. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
2. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขต
องค์การบริหารส่วนจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง หรือได้เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดิน หรือกฎหมายว่าด้วยภาษีบำรุงท้องที่ให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้นเป็นเวลาติดต่อกัน 3 ปี นับถึงปีที่สมัครรับเลือกตั้ง
3. คุณสมบัติอื่นที่กฎหมายว่าด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัด กำหนดคือ
(1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 30 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง
(2) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า หรือเคยเป็นสมาชิกสภาจังหวัด สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกรัฐสภา
คุณสมบัติของสมาชิกสภา อบจ.
1. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
2. มีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง
3. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง หรือได้เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดิน หรือกฎหมายว่าด้วยภาษีบำรุงท้องที่ให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้นเป็นเวลาติดต่อกัน 3 ปี นับถึงปีที่สมัครรับเลือกตั้ง
4. คุณสมบัติอื่นที่กฎหมายว่าด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำหนด
เทศบาล
คุณสมบัติของนายกเทศมนตรี
1. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
2. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเทศบาลที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง หรือได้เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดิน หรือกฎหมายว่าด้วยภาษีบำรุงท้องที่ให้กับเทศบาลนั้นเป็นเวลาติดต่อกัน 3 ปี นับถึงปีที่สมัครรับเลือกตั้ง
3. คุณสมบัติอื่นที่กฎหมายว่าด้วยเทศบาลกำหนด คือ
(1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 30 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง
(2) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า หรือเคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกรัฐสภา
คุณสมบัติของสมาชิกสภาเทศบาล
1.
มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
2.
มีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง
3.
มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
ในเขตเทศบาลที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง หรือได้เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดิน หรือกฎหมายว่าด้วยภาษีบำรุงท้องที่ให้กับเทศบาลนั้นเป็นเวลาติดต่อกัน 3 ปี นับถึงปีที่สมัครรับเลือกตั้ง
4.
คุณสมบัติอื่นที่กฎหมายว่าด้วยเทศบาลกำหนด
องค์การบริหารส่วนตำบล
คุณสมบัติของนายก อบต.
1. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
2. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า
1 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง หรือได้เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดิน หรือกฎหมายว่าด้วยภาษีบำรุงท้องที่ให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลนั้นเป็นเวลาติดต่อกัน 3 ปี นับถึงปีที่สมัครรับเลือกตั้ง
3. คุณสมบัติอื่นที่กฎหมายว่าด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลกำหนด คือ
(1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 30 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง
(2) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า หรือเคยเป็นสมาชิกสภาตำบล สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกรัฐสภา
คุณสมบัติของสมาชิกสภา อบต.
1. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
2. มีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง
3. คุณสมบัติอื่นที่กฎหมายว่าด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลกำหนด คือ
มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรในหมู่บ้านของตำบลที่สมัครรับ
เลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันรับสมัครเลือกตั้ง
ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
1.
มีสัญชาติไทยโดยการเกิด หรือได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
2.
มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ในวันที่ 1 ม.ค.ของปีที่มีการเลือกตั้ง
3.
มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง
ในกรณีที่มีการย้ายทะเบียนบ้านออกจากเขตเลือกตั้งหนึ่ง ไปยังอีกเขตเลือกตั้งหนึ่งภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดียวกัน ทำให้บุคคลมีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันน้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง ให้บุคคลนั้นมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านครั้งสุดท้ายเป็นเวลาติดต่อกัน ไม่น้อยกว่า 1 ปี
ลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง
1.
วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
2.
เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
3.
ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาล หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
4.
อยู่ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
การเตรียมความพร้อมก่อนใช้เลือกตั้ง
ตรวจสอบบัญชีรายชื่อ
- 20 วันก่อนวันเลือกตั้ง ตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีรายชื่อ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ที่ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ ที่ว่าการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน เขตชุมชน หรือที่เลือกตั้ง
- 15 วันก่อนวันเลือกตั้ง ตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีรายชื่อ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและที่เลือกตั้ง จากหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน
- 10 วันก่อนวันเลือกตั้ง หากเห็นว่าไม่มีชื่อตนเอง หรือมีชื่อผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง ปรากฏในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ให้ยื่นคำร้องขอเพิ่มชื่อ-ถอนชื่อ ต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น
หลักฐานที่ใช้ในการเลือกตั้ง
1.
บัตรประจำตัวประชาชน / บัตรประจำตัวประชาชนที่หมดอายุ
2.
บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับบำนาญ
3.
บัตรประจำตัวหรือหลักฐานที่ทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐออกให้ มีรูปถ่าย และมีหมายเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เช่น
-
ใบขับขี่
-
หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ขั้นตอนการลงคะแนน
1. ตรวจสอบรายชื่อ และลำดับที่จากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ประกาศไว้หน้าหน่วยเลือกตั้ง
2. ยื่นบัตรประชาชนและลงลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
3. รับบัตรเลือกตั้ง ลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือขวาบนต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง
4. เข้าคูหาลงคะแนน ทำเครื่องหมายกากบาท x ลงในช่องทำเครื่องหมายบัตรเลือกตั้ง หากไม่ต้องการเลือกใครให้ทำเครื่องหมายกากบาท x ในช่องไม่ลงคะแนน
5. เมื่อลงคะแนนเสร็จแล้ว พับบัตรเลือกตั้งให้เรียบร้อย และหย่อนบัตรลงในหีบบัตรเลือกตั้งด้วยตนเอง
เหตุที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ได้
·
มีกิจธุระจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกล
·
เจ็บป่วย พิการ สูงอายุ ไม่สามารถไปใช้สิทธิได้
·
เดินทางออกนอกราชอาณาจักร
·
มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากที่เลือกตั้งเกินกว่า 100 กม.
·
มีเหตุสุดวิสัยอื่นที่ กกต.กำหนด เช่น อุทกภัย วาตภัย ฯลฯ
การแจ้งเหตุที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า
7 วัน หรือภายใน 7 วันนับแต่วันเลือกตั้ง ขอรับแบบ ส.ถ. /.ผ.ถ. 31 หรือทำหนังสือชี้แจงเหตุที่ทำให้ไปใช้สิทธิไม่ได้ และให้ระบุเลขประจำตัวประชาชนและที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน โดยยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือ นายทะเบียนท้องถิ่น
ด้วยตนเอง หรือ
มอบหมายผู้อื่น หรือ
ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
การเสียสิทธิทางการเมือง
1.
สิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่น
2.
สิทธิร้องคัดค้านการเลือกกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
3.
สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่น
4.
สิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
5.
สิทธิเข้าชื่อร้องเรียนขอให้สภาท้องถิ่นพิจารณาออกข้อบัญญัติท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น
6.
สิทธิเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
การเสียสิทธิ 6 ประการจะได้กลับคืนมา เมื่อไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว.
สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ครั้งต่อไป
ผู้เยี่ยมชมวันนี้
215
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด
239,215