สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม
The Office of Provincial Election Commission of Nakhonpathom


 
 
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ตรวจสอบข้อมูลพรรคการเมือง
แจ้งเบาะแสทุจริตการเลือกตั้ง กกต.จว.นฐ.
กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง
เครื่องลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
 
 

หลักเกณฑ์ ขั้นตอนและวิธีการยื่นบัญชีฯ

ค่าใช้จ่ายของผู้สมัคร ส.ส. และ ส.ว. ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ การได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2550
 
   
มาตรา 52 ภายในกำหนด 90 วัน หลังวันเลือกตั้ง ผู้สมัครแต่ละคนและพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครแบบสัดส่วนต้องยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายที่สมุห์บัญชีเลือกตั้งจัดทำขึ้น โดยผู้สมัครหรือหัวหน้าพรรคการเมือง แล้วแต่กรณี ได้รับรองความถูกต้องบัญชีรายรับและรายจ่ายอย่างน้อยต้องประกอบด้วยค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ได้จ่ายไป และที่ยังค้างชำระ รวมทั้งหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริงต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง
มาตรา 143 ผู้สมัครหรือหัวหน้าพรรคการเมืองผู้ใดไม่ยื่นรายการค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือยื่นหลักฐานไม่ครบถ้วนตามมาตรา 52 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทะเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปี 
      ถ้ารายการค่าใช้จ่ายที่ยื่นตามมาตรา 52 เป็นเท็จ ผู้สมัครหรือหัวหน้าพรรคการเมืองต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปี
 
  ค่าใช้จ่ายของผู้สมัคร ส.ถ./ผ.ถ. ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
พ.ศ.2545 
 
 
มาตรา 55   ภายใน 90 วันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งผู้สมัครต้องยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้ง ซึ่งรับรองความถูกต้อง พร้อมทั้งหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วนตามความจริงต่อคณธกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
มาตรา 117   ผู้สมัครผู้ใดไม่ยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลอืกตั้งต่อคณธกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือยื่นหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนตามความจริงตามมาตรา 55 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปี
       ถ้าข้อความในบัญชีรายรับและรายจ่ายที่ได้ยื่นไว้ตามมาตรา 55 วรรคหนึ่ง เป็นเท็จผู้ได้รับเลือกตั้งต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปี
 
การยื่นบัญชีค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
รอบระยะเวลาการคิดจำนวนเงินค่าใช้จ่าย หรือการจัดทำบัญชี
1. การเลือกตั้งจากการครบวาระการดำรงตำแหน่ง ค่าใช้จ่ายของผู้สมัครฯ ให้คิดรวมค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นจริงภายใน 60 วัน ก่อนวันครบวาระการดำรงตำแหน่งจนถึงวันเลือกตั้ง
2. การเลือกตั้งที่มิใช่จากการครบวาระการดำรงตำแหน่ง ค่าใช้จ่ายของผู้สมัครฯ ให้คิดค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่มีประกาศให้มีการเลือกตั้งจนถึงวันเลือกตั้ง
 ประเภทค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งแบ่งออกเป็น 9 ประเภท ดังนี้
1. ค่าใช้จ่ายในการสมัครรับเลือกตั้ง ได้แก่ ค่าสมัครรับเลือกตั้ง ค่าถ่ายรูปที่ใช้ในการสมัครรับเลือกตั้ง ค่าถ่ายเอกสารประกอบหลักฐานการสมัครรับเลือกตั้ง ค่าใบรับรองแพทย์ และอื่นๆที่เกี่ยวกับการใช้จ่าย ในการสมัครรับเลือกตั้ง
2. ค่าจ้างแรงงาน ได้แก่ ค่าจ้างอาสาสมัครหาเสียงเลือกต้้ง รวมถึงค่าจ้างแรงงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ซึ่งไม่ซ้ำกับรายจ่ายประเภทอื่น และไม่ขัดกับสภาพความเป็นจริงตามสภาพท้องถิ่น
กรณีผู้สมัครให้บุคคลในครอบครัวหรือญาติช่วยหาเสียงในครั้งนั้น ผู้สมัครจะต้องแสดงรายการค่าใช้จ่ายตามอัตราค่าจ้างแรงงานปกติในท้องถิ่นด้วย ถึงแม้นว่าจะไม่ไดจ่ายเงินค่าจ้างให้ก็ตาม
3. ค่าเช่าและค่าตกแต่งสถานที่ ได้แก่ ค่าเช่าสำนักงานเพื่อเป็นศูนย์รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง โดยมิใช่สำนักงานที่ทำการปกติ ค่าเช่าสถานที่เพื่อปราศรัยหาเสียง ค่าเช่าสถานที่หรือค่าเช่าพื้นที่ เพื่อติดตั้งป้ายโฆษณา โปสเตอร์ หรือสติกเกอร์โฆษณาหาเสียง และค่าตกแต่งสถานที่ รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการตกแต่งสถานที่ และที่ใช้เป็นศูนย์รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง
4. ค่าเช่าพาหนะ ค่าน้ำมันเชื้่อเพลิง และค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ได้แก่ ค่าจ้างเหมารถยนต์ เรือยนต์ หรือยานพาหนะอื่นๆ และค่าน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับยานพาหนะ เพื่อการโฆษณาหาเสียงตามจำนวนยานพาหนะ และจำนวนวันที่กำหนด รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้สมัคร และผู้รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัคร
5. การจัดซื้อหรือค่าเช่าวัสดุอุปกรณ์ สำหรับใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งทั้งในและนอกสำนักงาน ได้แก่ ค่าจัดซื้อหรือเช่าวัสดุอุปกรณ์สำหรับใช้ในการเลือกตั้ง เช่น ค่าจัดซื้อเทปบันทึกเสียง ค่าเช่าเครื่องขยายเสียง พร้อมอุปกรณ์ แต่ไม่รวมวัสดุอุปกรณ์ ซึ่งใช้ตกแต่งสถานที่ ที่เป็นสำนักงานก่อนมีประกาศให้มีการเลือกตั้ง
6. ค่าโฆษณาในสื่อต่างๆ ได้แก่ ค่าลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ต่างๆ รวมทั้งสื่ออินเตอร์เน็ต ค่าจัดทำหรือจ่างในการผลิตสื่อ เพื่อการออกอากาศ เช่น เทปวิทยุกระจายเสียง
7. ค่าจัดทำป้าย เอกสาร  สิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่่ใช้ในการโฆษณาหาเสียงได้แก่ ค่าจัดทำป้าย แผ่นปลิว โปสเตอร์ สติ๊กเกอร์ และเอกสารหรือวัสดุอื่นๆ ที่มีเป้าหมายเพื่อการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง ที่มีการระบุชื่อ หรือหมายเลขของผู้สมัคร รวมถึงค่าวัสดุในการจัดทำป้าย ค่าจ้างเขียนป้าย ค่าแรงงานติดตั้ง
8. ค่าสาธารณูปโภค ได้แก่ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำปะปา ค่าโทรศัพท์ และค่าไปรษณีย์ ( แสตมป์ )
9. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง  ที่ไม่่ขัดต่อกฎหมาย หรือไม่เป็นเหตุให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและรายการจ่าย ที่ผู้สมัครใช้จ่ายจริง และไม่เข้าข่ายรายจ่ายในกิจกรรมที่กฎหมายกำหนด ห้ามมิให่้ผู้สมัครดำเนินการ เช่น ค่าอาหารและเครื่องดื่มท่ี่ผู้สมัครเลี้ยงรับรองทีมงานหาเสียง ค่าจัดซื้อ/จ้างทำเสื้อทีมสำหรับทีมงานใส่ เพื่อรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เป็นต้น
หลักฐานการจัดทำบัญชี
     การจัดทำบัญชี ให้บันทึกรายการรับ และจ่ายตามที่มีรายการเกิดขึ้นจริง และทุกรายการจะต้องมีเอกสารหลักฐานที่เอกสารใบเสร็จรับเงิน หรือใบสำคัญรับเงิน หรือใบรับรองการจ่ายเงิน หรือเอกสารหลักฐานแห่งหนี้ ประกอบการบันทึกบัญชี
     เอกสารหลักฐานที่เป็นใบเสร็จรับเงิน หรือใบสำคัญรับเงิน หรือเอกสารหลักฐานแห่งหนี้ อย่างน้อยต้องมีรายการดังนี้ วัน เดือน ปีที่จ่ายเงิน ชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ของผู้รับเงิน รายการรับเงิน จำนวนเงิน และรายมื่ชื่อของผู้รับเงิน และผู้สมัครรับเลือกตั้ง ถ้าเป็นค่าจ้างอาสาสมัครเดินหาเสียง ให้ใช้ใบสำคัญรับเงินเป็นรายคน พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และค่าจ้างรถโฆษณาหาเสียงต้องแนบสำเนาคู่มือจดทะเบียนรถยนต์
    
เอกสารหลักฐานที่เป็นใบรับรองการจ่ายเงิน ใช้กรณีที่ผู้สมัครได้จ่ายเงินแต่ไม่สามารถเรียกใบเสร็จรับเงิน หรือจัดทำใบสำคัญรับเงินได้ เช่น ค่าแท็กซี่ ค่าทางด่วน ค่าดวงตราไปรษณียากร(แสตมป์) ฯลฯ
    กรณีมีผู้บริจาค / สนับสนุน หรือบุคคลในครอบครัว / ญาติ ช่วยในการหาเสียง เพื่อช่วยเหลือผู้สมัครจะเป็นเงินสด ค่าแรงงาน หรือวัสดุอุปกรณ์ในหาเสียง จะต้องนำมาเป็นรายรับ และรายจ่ายของผู้สมัครด้วย โดยใช้หลักฐานใบสำคัญรับเงินประกอบการบันทึกบัญชีรายรับและบัญชีรายจ่าย
การยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้ง
   ผู้สมัครต้องยื่นบัญชีรายรับแลัะรายจ่ายในการเลือกตั้ง ซึ่งรับรองความถูกต้องตามความเป็นจริงต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม ภายใน 90 วันนับตั้งแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง ผู้สมัครต้องยื่นด้วยตนเอง
    กรณีผู้สมัครที่หาเสียงเลือกตั้งเป็นกลุ่ม และมีค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งเกิดขึ้นในลักษณะเป็นกลุ่ม หลักฐานการจ่ายเงินที่ผู้รับเงินออกให้ย่อมมีเพียงฉบับเดียวและถือเป็นต้นฉบับ ให้ผู้สมัครแต่ละรายหมายเหตุระบุจำนวนเงินค่าใช้จ่ายของตน ลงในต้นฉบับหลักฐานการจ่ายเงินนั้น และลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกราย เมื่อรายงานค่าใช้จ่ายให้ผู้สมัครแต่ละรายจะส่งสำเนา ( ถ่ายเอกสาร ) หลักฐานการจ่ายเงินฉบับนั้น พร้อมรับรองความถูกต้อง และบันทึกจำนวนเงินค่าใช้จ่ายของตนในบัญชีรายจ่าย
ความผิดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง
    ผู้สมัครผู้ใดไม่ยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้ง ภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือยื่นหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2  ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง มีกำหนด  5 ปี หรือยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายเป็นเท็จ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1  ปี ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 100,000 บาท และ ให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปี สำหรับผู้ที่ได้รับการเลือกตั้ง หากถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545
  
มาตรา 4 "สภาท้องถิ่น" หมายความว่า สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด สภาเทศบาล สภาองค์การบริหารส่วนตำบล สภากรุงเทพ
มหานคร สภาเมืองพัทยา และสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
มาตรา 54    ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ประกาศกำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครตาม
หลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
   ห้ามมิให้ผู้สมัครใช้จ่ายในการเลือกตั้งเกินจำนวนเงินค่าใช้จ่ายที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง จำนวนค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้
รวมถึงเงินที่บุคคลอื่นได้จ่ายหรือรับว่าจะจ่ายแทนและทรัพย์สินที่บุคคลอี่นได้นำมาให้หรือยกให้ค่าตอบแทน ทั้งนี้
เพื่อประโยชน์ในการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัคร โดยผู้สมัครรับรู้หรือยินยอม ในกรณีที่นำทรัพย์สินมาให้ใช้ให้
คำนวณตามอัตราค่าเช่าหรือค่าตอบแทนตามปกติในท้องที่นั้น
   บรรดาเงินที่บุคคลอื่นได้ใช้จ่ายในการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งให้ผู้สมัครและผู้สมัครได้รับทราบถึงการกระทำ
ดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่าเป็นจำนวนค่าใช้จ่ายที่ผู้สมัครรับรู้หรือยินยอมตามวรรคสองเว้นแต่ผู้สมัครแต่ผู้สมัครจะได้แจ้งต่อ
คณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดว่าไม่ให้มีการกระทำ เช่นว่านั้น ภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบถึงการกระทำ
ดังกล่าวในการนี้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดดำเนินการตามที่เห็นสมควร เพื่อมิให้มีการโฆษณา
หาเสียงเลือกตั้ง โดยบุคคลดังกล่าอีกต่อไป
 มาตรา  55    ภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง ผู้สมัครต้องยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้ง ซึ่งรับรอง
ความถูกต้องพร้อมทั้งหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วน ตามความจริงต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ
จังหวัด
  เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดได้รับบัญชีรายรับและรายจ่ายตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ปิดประกาศไว้ ณ
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ที่ทำการองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น และสถานที่อื่นที่เห็น
สมควร
   รายละเอียดและวิธีการจัดทำ และรับรองความถูกต้องของบับญชี่รายรับและรายจ่ายตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตาม
หลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตังกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 56     ภายใน 180 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด  มีเหตุอันควรสงสัย
หรือได้รับแจ้ง โดยมีหลักฐานอันสมควรว่าผู้สมัครใด ใช้จ่ายในการเลือกตั้งเกินจำนวนเงินค่าใช้จ่ายที่คณะกรรม
การการเลือกตังประจำจังหวัดประกาศกำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ทำการสอบหาข้อเท็จจริง
โดยเร็ว ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเห็นว่าผู้สมัครผู้นั้นใช้จ่ายในการเลือกตั้งเกินจำนวนเงินค่าใช้
จ่ายที่กำหนดดังกล่าวให้แจ้งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งรายงานต่อคณะกรรมการการ
เลือกตั้ง  และถ้าผู้สมัครผูใดได้รับการเลือกตั้ง หากคณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นด้วยกับความเห็นดังกล่าว
ให้มีคำสั่งเพิกถอนผลการเลือกตั้งของผู้ได้รับเลือกตั้งผู้นั้น และให้ดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม้ สำหรับตำแหน่ง
ที่ว่าง
   ในกรณีที่ผู้สมัครใด ไม่ยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายตามมาตรา 55 วรรคหนึ่ง เป็นผู้ได้รับเลือกตั้งให้คณะกรรมการ
การเลือกตั้งเพิกถอนผลการเลือกตั้งของผู้ได้รับการเลือกตั้งผู้นั้น และให้ดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ สำหรับ
ตำแหน่งที่ว่าง
   กรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนายอำเภอมีเหตุอันควรสงสัย และมีหลักฐานที่น่าเชื่อได้ว่าผู้สมัครผู้ใดใช้จ่ายใน
การเลือกตั้งเกินจำนวนเงินค่าใช้จ่ายที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประกาศกำหนดให้แจ้งคณะกรรมการ
การเลือกตั้งประจำจังหวัด เพื่อดำเนินการตามวรรคหนึ่งต่อไป
 มาตรา 99    ในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ตามมาตรา 56 หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้สมัคร
รับเลือกตั้งผู้ใด ตามมาตรา 96 หรือมาตรา 97 ให้ผู้ซึ่งกระทำการฝ่าฝืนมาตรา 56 หรือผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง
นั้น ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายตามจำนวนที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด ซึ่งต้องไม่เกินค่าใช้จ่ายซึ่งให้มี
การเลือกตั้งใหม่
   ค่าเสียหายที่ได้รับชดใช้ตามวรรคหนึ่งให้ตกเป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการเลือกตั้งใหม่นั้น 
มาตรา116 ผู้สมัครผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 54 วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกตั้ง 1-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000- 100,000 บาท หรือ
ปรับเป็นจำนวนเงินสามเท่าของจำนวนเงินที่เกินจำนวนที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประกาศกำหนด
แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่ากัน หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปี
มาตรา 117    ผู้สมัครผู้ใดไม่ยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้ง ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภายใน
ระยะเวลาที่กำหนด หรือยื่นหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนตามความจริงตามมาตรา 55 วรรคหนึ่ง ต้องระวาง
โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง
มีกำหนด 5 ปี
   ถ้าข้อความในบัญชีรายรับและรายจ่ายที่ได้ยื่นไว้ตามมาตรา 55 วรรคหนึ่ง เป็นเท็จผู้ได้รับเลือกตั้งต้องระวางโทษ
จำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5ปี
 


 
 


ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 214
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 152,523