สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช
Office of Provincial Election Commission of Nakhonsithammarat


 
 
 
 

การแบ่งเขตเลือกตั้ง

                              การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)
             สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนสี่ร้อยแปดสิบคน  โดยเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง  จำนวนสี่ร้อยคน  และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบสัดส่วนจำนวนแปดสิบคน
           การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ  โดยให้ใช้บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบละหนึ่งใบ
           การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง  ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขต   เลือกตั้งใดมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งเท่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีในเขตเลือกตั้งนั้น
           การกำหนดเขตเลือกตั้งให้ดำเนินการโดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่เกินสามคน  ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งโดยจัดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามคน
           ในกรณีแบ่งเขตเลือกตั้งในจังหวัดหนึ่งให้มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครบสามคนทุกเขตไม่ได้ให้แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นเขตเลือกตั้งที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตละสามคนเสียก่อน  แต่เขตที่เหลือต้องไม่น้อยกว่าเขตละสองคน  ถ้าจังหวัดใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ สี่คน  ให้แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นสองเขต  เขตหนึ่งให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสองคน
           จังหวัดใดมีการแบ่งเขตเลือกตั้งมากกว่าหนึ่งเขตเลือกตั้งต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้ติดต่อกัน  และต้องมีราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคียงกัน
           ให้ดำเนินการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง  และให้ส่งผลการนับคะแนนของหน่วยเลือกตั้งนั้นไปรวมที่เขตเลือกตั้งเพื่อนับคะแนนรวม  แล้วให้ประกาศผลการนับคะแนนโดยเปิดเผย  ณ สถานที่แห่งใดแห่งหนึ่งเพียงแห่งเดียวในเขตเลือกตั้งนั้นตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด  เว้นแต่เป็นกรณีที่มีความจำเป็นเฉพาะท้องที่ คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดให้นับคะแนน  รวมผลการนับคะแนนและประกาศผลการนับคะแนนเป็นอย่างอื่นก็ได้  ทั้งนี้ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา
           การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน  ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองจัดทำขึ้น  โดยให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใดมีสิทธิออกเสียง ลงคะแนนเลือกพรรึการเมืองที่จัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นได้หนึ่งเสียง
           พรรคการเมืองหนึ่งจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบสัดส่วนทุกเขตเลือกตั้งหรือส่งเพียงบางเขตเลือกตั้งก็ได้
           การกำหนดเขตเลือกตั้งสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
             1.ให้จัดแบ่งพื้นที่ประเทศออกเป็นแปดกลุ่มจังหวัดและให้แต่ละกลุ่มจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง  โดยแต่ละเขตเลือกตั้งให้มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนได้สิบคน
             2.การจัดกลุ่มจังหวัด  ให้จัดจังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อกันอยู่ในกลุ่มจังหวัดเดียวกัน  และในกลุ่มจังหวัดทุกกลุ่มต้องมีจำนวนราษฎรตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้งรวมกันแล้วใกล้เคียงกัน  ทั้งนี้  โดยให้จังหวัดทั้งจังหวัดอยู่ในเขตเลือกตั้งเดียวกัน
           บุคคลต่อไปนี้เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
               1.มีสัญชาติไทย  แต่บุคคลที่มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี
               2.มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคม ของปีที่มีการเลือกตั้ง
               3.มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง
           ผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งอยู่นอกเขตเลือกตั้งที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน  หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งเป็นเวลาน้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง  หรือมีถิ่นที่อยู่นอกราชอาณาจักร  ย่อมมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง  ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์  วิธีการ  และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งวุฒิสภา
           บุคคลที่ห้ามใช้สิทธิเลือกตั้ง
               1.เป็นภิกษุ  สามเณร นักพรต  หรือนักบวช
               2.อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
               3.ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฏหมาย
               4.วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
           บุคคลที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้  เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
               1.มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
               2.มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง
               3.เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง  เว้นแต่ในกรณีที่มีการเลือกตั้งทั่วไปเพราะเหตุบุบสภา  ต้องเป็นสมาชิกพรรการเมืองใดการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง
               4. ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง  ต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ด้วย
               4.1มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง
               4.2เป็นบุคคลซึ่งเกิดในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง
               4.3เคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปีการศึกษา
               4.4เคยรับราชการหรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง  เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปี
               5.ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบสัดส่วนต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งตาม 4 แต่งลักษณะดังกล่าวในกรณีใดที่กำหนดถึงจังหวัดให้หมายถึงกลุ่มจังหวัด
               6.คุณสมบัติอื่นและลักษณะต้องห้ามให้เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งวุฒิสภา
             พรรคการเมืองที่ส่งสมาชิกเข้าเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งเขตเลือกตั้งใด  ต้องส่งสมาชิกเข้าสมัครรับเลือกตั้งให้ครบจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีในเขตเลือกตั้งนั้น   และจะส่งเกินจำนวนดัวกล่าวมิได้
             เมื่อพรรคการเมืองใดส่งสมาชิกเข้าสมัครรับเลือกตั้งแล้วพรรคการเมืองนั้นหรือผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมืองนั้นจะถอนการสมัครรับเลือกตั้งหรือเปลี่ยนแปลงผู้สมัครรับเลือกตั้งมิได้
             อายุของสภาผู้แทนราษฎรมีกำหนดคราวละสี่ปีนับแต่วันเลือกตั้ง
             ในระหว่างอายุของสภาผู้แทนราษฎรจะมีการควบรวมพรรคการเมืองที่มีสมาชิกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมิได้
             สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเริ่มตั้งแตวันเลือกตั้ง
             เมื่ออายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงพระมหากษัตริย์จะได้ทรงตราพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไป  ซึ่งต้องกำหนดวันเลือกตั้งภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่อายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ่นสุดลง  และวันเลือกตั้งนั้นต้องกำหนดเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร
             พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่
             การยุบสภาผู้แทนราษฎรให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกาซึ่งต้องกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่าสี่สิบห้าวันแต่ไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันยุบสภาผู้แทนราษฎรและวันเลือกตั้งนั้นต้องกำหนดเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร
             การยุบสภาผู้แทนราษฎรจะกระทำได้เพียงครั้งเดียวในเหตุการณ์เดียวเท่านั้น
             เมื่อตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงเพราะเหตุอื่นใดนอกจากถึงคราวออกตามอายุของสภาผู้แทนราษฎรหรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
                1.ในกรณีที่เป็นตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง  ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่างภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ตำแหน่งนั้นว่าง  เว้นแต่อายุของสภาผู้แทนราษฎรจะเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
                2.ในกรณีเป็นตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งแบบสัดส่วน  ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรประกาศให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นในเขตเลือกตั้งนั้น  เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง  โดยต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ตำแหน่งนั้นว่างลง  เว้นแต่ไม่มีรายชื่อเหลืออยู่ในบัญชีที่จะเลื่อนขึ้นมาแทนตำแหน่งที่ว่าง  ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่
               อำนาจหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
                1.ออกกฏหมายเพื่อประโยชน์ของประชาชน
                2.เป็นผู้เลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี
                3.ควบคุมบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรี
                4.จัดสรรงบประมาณแผ่นดินเพื่อพัฒนาประเทศ
                5.นำปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนเสนอต่อรัฐบาล

               การแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  23  ธันวาคม  2550 จังหวัดนครศรีธรรมราช
                 เขตเลือกตั้งที่ 1  ประกอบด้วย  อำเภอเมือง  อำเภอพระพรหม  อำเภอร่อนพิบูลย์  อำเภอจุฬาภรณ์  อำเภอเฉลิมพระเกียรติ  ประชากร  455,341 คน ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 326,560 คน หน่วยเลือกตั้ง  493 หน่วยเลือกตั้ง มี ส.ส. ได้ 3 คน
                 เขตเลือกตั้งที่  2 ประกอบด้วย  อำเภอทุ่งสง  อำเภอลานสกา  อำเภอบางขัน  อำเภอทุ่งใหญ่  อำเภอนาบอน  อำเภอฉวาง  อำเภอช้างกลาง  อำเภอพิปูน  อำเภอถ้ำพรรณรา    ประชากร  465,061 คน  ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 338,849 คน  หน่วยเลือกตั้ง  จำนวน  597 หน่วยเลือกตั้ง  มี ส.ส. ได้ 3 คน
                 เขตเลือกตั้งที่ 3 ประกอบด้วย  อำเภอปากพนัง  อำเภอเชียรใหญ่  อำเภอชะอวด  อำเภอหัวไทร  ประชากร 304,896 คน ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 255,625 คน  หน่วยเลือกตั้ง  จำนวน  467 หน่วยเลือกตั้ง  มี ส.ส. ได้ 2 คน
                 เขตเลือกตั้งที่  4  ประกอบด้วย  อำเภอขนอม  อำเภอสิชล  อำเภอท่าศาลา  อำเภอนบพิตำ  อำเภอพรหมคีรี  ประชากร 285,162 คน ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง  209,771 คน  หน่วยเลือกตั้ง  จำนวน  493 หน่วยเลือกตั้ง มี ส.ส. ได้ 2 คน
               การแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน  จำนวน  8  เขตเลือกตั้ง  ประกอบด้วย
               เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดแม่ฮ่องสอน  เชียงใหม่  เชียงราย  พะเยา  น่าน  แพร่  ลำปาง  ลำพูน  สุโขทัย  ตาก  กำแพงเพชร
               เขตเลือกตั้งที่  2 จังหวัดอุตรดิตถ์  พิษณุโลก  พิจิตร  นครสวรรค์  อุทัยธานี  ลพบุรี  เพชรบูรณ์  ชัยภูมิ  ขอนแก่น
               เขตเลือกตั้งที่  3 จังหวัดอำนาจเจริญ  มุกดาหาร นครพนม  สกลนคร กาฬสินธ์  มหาสารคาม หนองคาย  อุดรธานี  หนองบัวลำภู เลย
               เขตเลือกตั้งที่  4  จังหวัดบุรีรัมย์  สุรินทร์  ศรีสะเกษ  อุบลราชธานี  ยโสธร  ร้อยเอ็ด
               เขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดสระแก้ว  นครราชสีมา  ปทุมธานี  นครนายก  ปราจีนบุรี  ฉะเชิงเทรา  ชลบุรี  ระยอง  จันทบุรี ตราด
              เขตเลือกตั้งที่  6 กรุงเทพมหานคร นนทบุรี  สมุทรปราการ
              เขตเลือกตั้งที่  7 จังหวัดระนอง  ชุมพร  ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม  สมุทรสาคร นครปฐม  กาญจนบุรี  สุพรรณบุรี  ชัยนาท  สิงห์บุรี  อ่างทอง  พระนครศรีอยุธยา  สระบุรี
              เขตเลือกตั้งที่ 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานี  พังงา  ภูเก็ต  กระบี่  นครศรีธรรมราช ตรัง  พัทลุง  สตูล  สงขลา  ปัตตานี  ยะลา  นราธิวาส


 
 


ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 69
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 441,427