สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช
Office of Provincial Election Commission of Nakhonsithammarat


 
 
 
 

กระบวนการเลือกตั้ง

                                                                                                                      
                           การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

            วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนรวมกันหนึ่งร้อยห้าสิบคน  ซึ่งมาจากการเลือกตั้งในแต่ละจังหวัดจังหวัดละหนึ่งคน  และมาจากการสรรหาเท่ากับจำนวนรวมข้างต้นหักด้วยจำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง
                การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในแต่ละจังหวัดให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งและให้มีสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดละหนึ่งคน  โดยให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้หนึ่งเสียงและให้ใช้วิธีการออกเสียงโดยตรงและลับ
                เพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งสามารถหาเสียงเลือกตั้งได้ก็แต่เฉพาะที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานในหน้าที่ของวุฒิสภา
                คณะกรรมการสรรหาวุฒิสภาประกอบด้วย
                 1. ประธานศาลรัฐธรรมนูญ
                 2. ประธานกรรมการการเลือกตั้ง
                 3. ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน
                 4. ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
                 5. ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
                 6. ผู้พิพากษาในศาลฎีกาที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามอบหมายจำนวนหนึ่งคน
                 7. ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดที่ที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมอบหมายจำนวนหนึ่งคน
                คณะกรรมการดังกล่าวทำหน้าที่สารรหาบุคคลให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับบัญชีรายชื่อจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง  แล้วแจ้งผลการสรรหาให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลผู้ได้รับการสรรหาเป็นสมาชิกวุฒิสภา  โดยสรรหาจากบุคคลที่มีความเหมาะสมจากผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจากองค์กรต่างๆในภาควิชาการ  ภาครัฐ  ภาคเอกชน  ภาควิชาชีพ และภาคอื่นที่เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ของวุฒิสภา
                บุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกวุฒิสภา
                     1. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
                     2. มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีบริบูรณ์ในวันสมัครรับเลือกตั้งหรือวันที่ได้รับการเสนอชื่อ
                     3. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเที่ยบเท่า
                     4. ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง  ดังต่อไปนี้ด้วย
                         4.1 มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง
                         4.2 เป็นบุคคลซึ่งเกิดในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง
                         4.3 เคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปีการศึกษา
                         4.4 เคยรับราชการหรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปี
                         4.5 ไม่เป็นบุพการี  คู่สมรส หรือบุตรของผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
                         4.6 ไม่เป็นสมาชิกหรือผู้ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองหรือเคยเป็นสมาชิกหรือเคยดำรงตำแหน่งและพ้นจากการเป็นสมาชิกหรือการดำรงตำแหน่งใดๆในพรรคการเมืองมาแล้วยังไม่เกินห้าปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งหรือวันที่ได้รับการเสนอชื่อ
                         4.7 ไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและพันจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วไม่เกินห้าปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งหรือวันที่ได้รับการเสนอชื่อ
                         4.8 เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา 102 (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (9) (11) (12) (13) หรือ (14)
                         4.9 ไม่เป็นรัฐมนตรีหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นหรือเคยเป็นแต่พ้นจากตำแหน่งดังกล่าวมาแล้วยังไม่เกินห้าปี
                สมาชิกภาพของวุฒิสภามีกำหนดครวละหกปีนับแต่วันเลือกตั้งหรือวันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการสรรหาแล้วแต่กรณี  โดยสมาชิกวุฒิสภาจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินหนึ่งวาระไม่ได้
                เมื่อวาระของสมาชิกวุฒิสภาซึ่งมาจากการเลือกตั้งสิ้นสุดลง  พระมหากษัตริย์จะได้ทรงตราพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาซึ่งมาจากการเลือกตั้งใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไป  ซึ่งต้องกำหนดวันเลือกตั้งใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไป  ซึ่งต้องกำหนดวันเลือกตั้งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่วาระของสมาชิกวุฒิสภาซึ่งมาจากการเลือกตั้งสิ้นสุดลง  และวันเลือกตั้งนั้นต้องกำหนดเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร
                เมื่อวาระของสมาชิกวุฒิสภาซึ่งมาจากการสรรหาสิ้นสุดลง  ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกำหนดวันเริ่มการสรรหาและระยะเวลาการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาซึ่งต้องทำการสรรหาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่วาระของสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหาสิ้นสุดลง
                อำนาจหน้าที่ของวุฒิสภา
                  1. กลั่นกรองกฏหมาย
                  2. ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินโดยการตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีหรือเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหาโดยไม่มีการลงมติ
                  3. เลือก  แต่งตั้ง ให้คำแนะนำหรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลเข้าดำรงตำแหน่งดังนี้
                      3.1 ประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง
                      3.2 ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
                      3.3 ประธานกรรมการและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
                      3.4 ประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
                      3.5 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม
                      3.6 ประธานศาลปกครองสูงสุดและตุลาการในศาลปกครองสูงสุด
                      3.7 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง
                      3.8 ประธานกรรมการและกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
                      3.9 ประธานกรรมการ กรรมการตรวจเงินแผ่นดินและผู้ว่าราชการตรวจเงินแผ่นดิน
                  4. วุฒิสภามีหน้าที่พิจารณาและมีมติให้ถอดถอน
                      4.1 นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  สมาชิกวุฒิสภา  ประธานศาลฎีกา  ประธานศาลรัฐธรรมนูญ  ประธานศาลปกครองสูงสุด  อัยการสูงสุด
                      4.2 กรรมการการเลือกตั้ง  ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
                      4.3 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ  กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
                      4.4 ผู้พิพากษาหรือตุลาการพนักงานอัยการ  หรือหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่าให้ออกจากตำแหน่งถ้ามีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่  ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ  ส่อว่ากระทำผิดต่อหน้าที่ในการยุติธรรมหรือส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฏหมาย                

                    กระบวนการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

           ประชาชนสามารถลงคะแนนเลือกตั้งได้เท่ากับจำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่จะพึงมีในเขตเลือกตั้งนั้น(เขตจังหวัด)  และลงคะแนนได้เพียงคนเดียว 
           เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งแล้วคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดวันรับสมัครสมาชิกวุฒิสภา
           กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นว่าการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรมจะประกาศผลภายในเจ็ดวันนับแต่วันเลือกตั้ง  กรณีการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใดมีเหตุ อันควรสงสัยว่าไม่สุจริตและเที่ยงธรรมจะยังไม่ประกาศผลสำหรับเขตเลือกตั้งนั้นก็ได้ แต่ต้องสืบสวนสอบสวนให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน 
           หน่วยเลือกตั้งใช้เขตหมู่บ้านเป็นเขตของหน่วยเลือกตั้ง กรณีผู้มีสิทธิเลือกตั้งน้อยอาจรวมหมู่บ้านตั้งแต่สองหมู่บ้านเป็นหน่วยเลือกตั้งได้  หน่วยเลือกตั้งมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งแปดร้อยคนโดยประมาณ  โดยต้องประกาศหน่วยเลือกตั้ง (ส.ว.2)ก่อนวันเลือกตั้งอย่างน้อยยี่สิบวัน
           การแต่งตั้งเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง  ประกอบด้วย
             1. คณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้ง  จำนวน  5  คน (กกต.จว.)
             2. ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งจำนวน  1  คน (ผอ.กต.จว.)
             3. ประธานอนุกรรมการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง(อำเภอ)หนึ่งคน
             4. อนุกรรมการประจำเขตเลือกตั้งตามความเหมาะสมของเขตพื้นที่เลือกตั้ง     มากน้อย ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งจะกำหนดในรายละเอียด  
             คณะอนุกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง มีหน้าที่เกี่ยวกับการกำหนดหน่วยเลือกตั้ง  ที่เลือกตั้ง  การจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การเพิ่มชื่อถอนชื่อ  กำกับดูแลการนับคะแนเลือกตั้ง  การประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้ง  แต่งตั้งบุคคลเป็นเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง  ประกอบด้วย
             1.ผู้อำนวยการประจำหน่วยเลือกตั้ง  1  คน
             2.ประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง 1 คน และคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 8 คน
             3.เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหน่วยเลือกตั้ง  
            การลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา
           ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องไปตรวจสอบบัญชีรายชื่อตนเอง  ศาลากลางจังหวัด  อำเภอ  เทศบาล  อบต. ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หน่วยเลือกตั้งก่อนอย่างน้อยยี่สิบวัน  กรณีชื่อตกหรือมีการย้ายเข้าภูมิลำเนาไม่ถูกต้องเจ้าบ้านสามารถเพิ่มชื่อ-ถอนชื่อ ก่อนวันเลือกตั้ง 10 วัน   ในการเลือกตั้งครั้งใด  ถ้าผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้เนื่องจากมีเหตุสมควร  ให้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งต่อบุคคที่คณะกรรมการการเลือกตั้งแต่งตั้งไว้ในแต่ละ เขตเลือกตั้ง  ภายในเจ็ดวันก่อนวันเลือกตั้งหรือภายในเจ็ดวันนับแต่วันเลือกตั้ง
          การใช้สิทธิเลือกตั้งปกติตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น.  หลังจากนี้แล้วจะต้องมีการนับคะแนนเลือกตั้ง ณ หน่วยเลือกตั้ง เมื่อนับคะแนนเลือกตั้งเสร็จคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งส่งรายงานผลคะแนนให้กับคณะอนุกรรมการประจำเขตเลือกตั้งเพื่อรวมผลคะแนนและรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง  แล้วรายงานผลการนับคะแนน      เลือกตั้งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศรับรองผลต่อไป   กรณีมีผู้สมัครน้อยหรือเท่ากับจำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่จะพึงมี  ผู้สมัครจะต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นและไม่น้อยกว่าจำนวนผู้ไม่ประสงค์จะลงคะแนนด้วย
               บุคคลที่มีเหตุจำเป็นสามารถลงคะแนนเลือกตั้งได้ล่วงหน้า เช่น ติดราชการ  ไม่อยู่ในเขตเลือกตั้งในวันเลือกตั้งหรือเหตุจำเป็นอื่นๆ สามารถลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าได้ตามวันเวลาและสถานที่เลือกตั้งกลาง  ที่คณะอนุกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งกำหนด หรือกรณีผู้ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดอื่นซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในจังหวัดนั้นไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน  สามารถ   ลงทะเบียนเลือกตั้ง ส.ว.ของตนได้ในจังหวัดนั้นก่อนวันเลือกตั้งสามสิบวันและลงคะแนน  เลือกตั้งได้ ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตจังหวัดตามวัน เวลา ที่ คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด  ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรสามารถลงทะเบียนในประเทศที่ตนอาศัยอยู่และ  ลงคะแนนตามวัน เวลา สถานที่ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดได้
               การคัดค้านการเลือกตั้ง
               ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองซึ่งมีสมาชิกสมัครรับเลือกตั้งใน   เขตเลือกตั้งใดเขตเลือกตั้งหนึ่ง  มีสิทธิยื่นคัดค้านต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการ เลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นเป็นไปโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฏหมาย
               ผู้มีสิทธิยื่นคัดค้านการเลือกตั้ง  อาจยื่นก่อนวันประกาศผลการเลือกตั้งหรือ     ภายในสามสิบวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง







 
 


ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 39
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 445,737