สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดสระบุรี
The Office of Provincial Election Commission of Saraburi


 
 
อ่านข่าวประจำวัน กกต. cliping news
การสรรหาสมาชิกวุฒิสภา 2554
เครื่องลงคะแนนเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์
ฐานข้อมูลหน่วยงานของรัฐ
ตรวจสอบข้อมูลสมาชิกพรรคการเมือง
แจ้งเบาะแสทุจริตการเลือกตั้ง
โครงการลูกเสืออาสา กกต.
ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์
กองทุนพัฒนาการเมือง
 
 

โครงสร้าง อำนาจหน้าที่ของ กกต.จว. และ สนง.กกต.จว.

โครงสร้าง อำนาจหน้าที่ของ กกต.จว. และ สนง.กกต.จว.
   โครงสร้าง อำนาจหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และวาระการดำรงตำแหน่ง คราวละ 4 ปี
  กรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้  
1. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
2. มีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปีบริบรูณ์ในวันเสนอชื่อโดยคณะอนุกรรมการสรรหา
บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ในวันที่ได้รับการเสนอชื่อโดยคณะอนุกรรมการสรรหาเป็นบุคคลต้องห้าม
มิให้ได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด คือ
  1. วิกลจริตหรือสติฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
2. เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
3. ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
4. อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนการเลือกตั้ง
5. ติดยาเสพติดให้โทษ
6. เป็นบุคคลล้มละลายซึ่งศาลยังไม่สั่งให้พ้นจากคดี

7. เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไป โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปี
ในวันได้รับการเสนอชื่อโดยคระอนุกรรมการสรรหา เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
8. เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือ
รัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ
9. เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวย ผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ
10. อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามมาตรา 295 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
11. เคยถูกวุฒิสภามีมติตามมาตรา 307 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง
และยังไม่พ้นกำหนดห้าปีนับแต่วันที่วุฒิสภามีมติจนถึงวันได้รับการเสนอชื่อต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง
12. เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
13. เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกหรือดำรงตำแหน่งอื่นของพรรคการเมือง
ในระยะห้าปีก่อนวันได้รับการเสนอชื่อต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง
14. เป็นผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตุลาการรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลปกครอง
กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
อำนาจหน้าที่และการปฏิบัติงาน
คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมีอำนาจหน้าที่ภายในเขตจังหวัดของตน ดังต่อไปนี้
  1. อำนวยการการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติที่กระทำภายในจังหวัดนั้นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง
2. เสนอแนะการแบ่งเขตเลือกตั้งสำหรับการเลือกตั้งที่ใช้วิธีการแบ่งเขตเลือกตั้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง
3. รวบรวมและตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือผู้มีสิทธิออก เสียงประชามติ เสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง
4. เสนอแนะต่อคระกรรมการการเลือกตั้งเพื่อพิจารณาแต่งตั้งบุคคลผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง
หรือการออกเสียงประชามติตามที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
และสมาชิกวุฒิสภา กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ
หรือกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
5. ปฏิบัติงานอื่นตามที่คระกรรมการการเลือกตั้งมอบหมาย หรือมีคำสั่ง ในกรณีที่ไม่มีคระกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่งได้ หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวอาจทำให้เกิด ความเสียหาย
หรือความไม่สุจริตและเที่ยงธรรมได้ คระกรรมการการเลือกตั้งอาจมอบหมายให้บุคคลอื่นปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวก็ได้
การสรรหาและการแต่งตั้งคระกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
คณะอนุกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ประกอบด้วย
  1. หัวหน้าหน่วยราชการและหัวหน้าหน่วยงานรับวิสาหกิจ ที่มีสำนักงานอยู่ในจังหวัดนั้น ซึ่งเลือกกันเองให้เหลือหนึ่งคน
2. นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี นายกเมืองพัทยา
และประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล ที่มีอยู่ในจังหวัดนั้น ซึ่งเลือกกันเองให้เหลือหนึ่งคน
3. ประธานหอการค้าจังหวัด ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมจังหวัด ประธานชมรมธนาคารพาณิชย์จำกัด ประธานสภาการเหมืองแร่จังหวัด ที่มีอยู่ในจังหวัดนั้น ซึ่งเลือกกันเองให้เหลือหนึ่งคน
4. ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดซึ่งมีอาวุโสสูงสุด อัยการจังหวัดซึ่งมีอาวุโสสูงสุด และประธานอนุกรรมการสภาทนายความประจำจังหวัด ซึ่งเลือกกันเองให้เหลือหนึ่งคน
5. อธิการบดีสถาบันอุดมศึกษาที่ดำรงตำแหน่งนานที่สุดอย่างต่อเนื่องจนถึง ปัจจุบัน ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวะศึกษาซึ่งมีอาวุโสสูงสุด ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมศึกษาซึ่งมีอาวุโสสูงสุด ผู้อำนวยการโรงเรียนประถมศึกษาซึ่งมีอาวุโสสูงสุด ที่มีอยู่ในจังหวัดนั้น ซึ่งเลือกกันเองให้เหลือหนึ่งคน
6. ประธานหรือนายกหรือตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่นขององค์การเอกชนที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับรอง
และที่มีอยู่ในจังหวัดนั้น ซึ่งเลือกกันเองให้เหลือหนึ่งคน
7. ประธานคระกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรระดับจังหวัด ประธานคณะกรรมการแม่บ้านเกษตรกรระดับจังหวัด และประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์การเกษตรกรจังหวัด ซึ่งเลือกกันเองให้เหลือหนึ่งคน
8. ประธานอนุกรรมการสาขาหรือปรานสาขาหรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นของสมาคม พนักงานรัฐวิสาหกิจ และประธานสหภาพแรงงานที่มีอยู่ในจังหวัดนั้น ซึ่งเลือกกันเองให้เหลือหนึ่งคน
จรรยาบรรณของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
  1. กรรมการจักต้องสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ
ต้องรักษาไว้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
2. กรรมการจักต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายตลอดจนประกาศ
ระเบียบ ข้อกำหนด คำสั่งและมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
3. กรรมการจักต้องมีอุดมการณ์ และตั้งทำงานในตำแหน่งหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ มีความอุทิศตน รับผิดชอบ
และซื่อสัตย์สุจริตต่อหน้าที่
4. กรรมการจักต้องอุทิศเวลาให้แก่การปฏิบัติหน้าที่และการประชุมของคณะกรรมการ
โดยไม่ขาดประชุมติดต่อกันเกินสามครั้งโดยไม่มีเหตุผลสำคัญหรือจำเป็น หรือขาดการประชุมเป็นนิจศีล
5. กรรมการจักต้องอำนวยความสะดวกในการไปใช้สิทธิเลือกตั้งและการออกเสียง ประชามติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และจักต้องดำเนินการให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าใจกระบวนการเลือกตั้งและการ ออกเสียงประชามติอย่างเพียงพอต่อการใช้สิทธิของตน
6. กรรมการจักต้องไม่ฝักใฝ่พรรคการเมือง มีความเที่ยงธรรมและไม่เลือกปฏิบัติต่อพรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง
ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สื่อสารมวลชน และบุคคลทั่วไป
7. กรรมการจักต้องไม่เรียกร้องและไม่รับของกำนัลหรือประโยชน์อื่นใดจากพรรคการ เมือง องค์การเอกชน หรือบุคคลใด
เพื่อตอบแทนประโยชน์อันอาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ของตน
8. กรรมการจักต้องไม่เข้าร่วมในกิจกรรมใดๆ อันอาจทำให้เกิดความเข้าใจได้ว่าเป็นการสนับสนุนหรือขัดแย้งกับพรรคการเมือง
ตลอดจนนักการเมือง หรือผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้หนึ่งผู้ใดโดยเฉพาะ
9. กรรมการจักต้องละเว้นจากการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่เป็นประเด็นในการ หาเสียงเลือกตั้งหรือการออกเสียงประชามติ
หรือเป็นการโน้มน้าวผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการตัดสินใจเลือกผู้สมัครหรือพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง
10. กรรมการจักต้องละเว้นจากการสวมใส่หรือแสดงตรา เครื่องหมาย หรือสี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพรรคการเมือง
11. กรรมการจักต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใส สามารถอธิบายเหตุผลของการตัดสินใจของคณะกรรมการ
และพร้อมที่จะให้เอกสารข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือการออกเสียงประชามติแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้
ตามบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะ
12. กรรมการจักต้องรวบรวมและใช้ข่าวสารข้อมูลที่เที่ยงตรง และถูกต้องตามข้อเท็จจริง
โดยไม่บิดเบือนข่าวสารข้อมูลเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจผิดหรือเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนหรือของพรรคพวก
13. กรรมการจักต้องไม่เปิดเผยข้อมูลของการประชุมลับของคณะกรรมการ หรือข้อมูลข่าวสารที่เป็นความลับของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และไม่เปิดเผยข้อมูลอันนำไปสู่ความขัดแย้งด้านผลประโยชน์กับการปฏิบัติ หน้าที่ของกรรมการ
14. กรรมการจักต้องไม่แสดงเจตนาว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งในระหว่างที่ยังคงดำรงตำแหน่ง
กรรมการจักต้องลาออกจากตำแหน่งกรรมการ เมื่อประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้ง
ทั้งนี้ จักต้องลาออกเป็นการล่วงหน้าก่อนที่จะมีหรือคาดว่าจะมีการสมัครรับเลือกตั้งไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
15. เมื่อพ้นจากตำแหน่งแล้ว กรรมการจักต้องไม่นำข้อมูลข่าวสารที่เป็นความลับของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
หรือของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ใดหรือพรรคการเมืองใด
การควบคุมให้เป็นไปตามจรรยาบรรณ  
 

1. กรรมการที่ปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้ พึงได้รับการยกย่องให้เป็นที่นับถือของบุคคลทั่วไป
2. กรรมการที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้ ควรได้รับการตำหนิจากบุคคลทั่วไป และให้ถือว่ามีความประพฤติที่ส่อว่าจงใจ
ใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้งตามข้อ 10 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วย
คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด พ.ศ. 2541 คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจมีมติให้กรรมการผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งได้
3. คณะกรรมการการเลือกตั้งจักไม่แต่งตั้งผู้ที่เคยเป็นกรรมการและไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้
ให้เป็นเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งหรือผู้ช่วยเหลือการปฏิบัติงานใน การเลือกตั้ง หรือให้มีอำนาจหน้าที่ใดๆ
ที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งอีก
4. กรรมการผู้ใด กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่เพื่อเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการ เมืองใด หรือกระทำการ
หรือละเว้นกระทำการโดยทุจริตประพฤติมิชอบในการปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 24 มีบทกำหนดโทษ
ตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2541

 

 
ประกาศ ณ วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2542


(นายธีรศักดิ์ กรรณสูต)
ประธานกรรมการการเลือกตั้ง




 
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมี 5 งาน ดังนี้
  1. งานอำนวยการ มีหน้าที่ดังนี้  
 
1.1 ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำแผนงาน โครงการ แผนปฏิบัติงาน
การจัดทำคำของบประมาณรายจ่าย รวมทั้งการประสานงานด้านแผน
การติดตามประเมินผล และจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการ
การเลือกตั้งประจำจังหวัด
1.2 ประสานงานกับส่วนงาน ส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นในการรวบรวมข้อมูล สถิติ ตัวเลข และจัดทำระบบข้อมูลข้อสนเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการปฏิบัติงานและการเผย แพร่
1.3 ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณและงานธุรการทั่วไปของสำนักงานคณะกรรมการ
การเลือกตั้งประจำจังหวัด
1.4 ดำเนินการเกี่ยวกับงานพัสดุครุภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ และการเบิกจ่ายงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
1.5 ตรวจสอบเอกสารเพื่อเบิกจ่ายเงิน บันทึก บัญชี และรายงานบัญชีแยกประเภท
1.6 ดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุมตรวจสอบการมาปฏิบัติงานของพนักงานและลูกจ้างของ จังหวัด ตลอดจนข้อมูลด้านบุคคลเบื้องต้น
1.7 ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งงานที่มิได้อยู่ในความรับผิดชอบของกลุ่มงานอื่นโดยเฉพาะ
 
 
2. งานจัดการเลือกตั้ง มีหน้าที่ดังนี้
 
 
2.1 ประสานงานและดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้งตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่า
ด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา การออกเสียงประชามติตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ การเลือกตั้งตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
2.2 ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่น
ที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
 
  3. งานพรรคการเมือง มีหน้าที่ดังนี้
  3.1 ประสานและดำเนินการสนับสนุนกิจการของพรรคการเมืองและสาขาพรรคการเมืองในเขตพื้นที่
3.2 ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
หรือตามที่ได้รับมอบหมาย
  4. งานการมีส่วนร่วม มีหน้าที่ดังนี้
  4.1 ประสานและดำเนินการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้ง
4.2 เสนอความเห็นเกี่ยวกับการรับรององค์กรเอกชน ตรวจสอบการเลือกตั้ง
4.3 การรณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองและเผยแพร่ความร
ู้เกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์รงเป็นประมุข
4.4 ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่น
ที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
  5. งานสืบสวนสอบสวน มีหน้าที่ดังนี้
  5.1 ดำเนินการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงในพื้นที่ตามที่คณะกรรมการและสำนักงานมอบหมาย
5.2 ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่น
ที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
  ในระหว่างที่ยังมิได้บรรจุและแต่งตั้งพนักงานในตำแหน่งงานต่างๆ ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการจัดแบ่งส่วนงานของสำนักงานคณะ กรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2547 นี้ ให้นำกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด ประกาศ คำสั่งและมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ใช้บังคับอยู่เดิมมาใช้บังคับไปพลางก่อนโดยอนุโลม แล้วแต่กรณี
 

ประกาศ ณ วันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2547


(พลตำรวจเอก วาสนา เพิ่มลาภ)
ประธานกรรมการการเลือกตั้ง



 
 


ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 100
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 295,206