 |
|
ส.ว. ที่มาจากการสรรหา มีกระบวนดังนี้
กกต. ประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดวันสรรหา ( 2 มกราคม 2551)
กกต. ให้องค์กรต่างๆ ในภาควิชาการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาชีพและภาคอื่นๆ ลงทะเบียนพร้อมเสนอชื่อผู้สมควรได้รับการสรรหาเป็น ส.ว. ภายใน 15 วัน ( 3 – 17 มกราคม 2551 )
กกต. รวบรวมรายชื่อบุคคลซึ่งได้รับการเสนอชื่อให้คณะกรรมการสรรหา ( 21 มกราคม 2551)
คณะกรรมการสรรหาพิจารณาภายใน 30 วัน ผลการพิจารณาสรรหาให้ถือเป็นที่สุด
กกต. ประกาศผลการสรรหาและแจ้งผลไปยังประธานรัฐสภาเพื่อทราบและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
หน้าที่ของ ส.ว.
กลั่นกรองกฎหมาย ที่ผ่านการพิจารณาของ ส.ส.
ตรวจสอบและควบคุม การบริหารราชการแผ่นดิน
ให้ความเห็นชอบบุคคล ดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
|
| |
 |
มีสัญชาติไทย ถ้าแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคม ของปีที่มีการเลือกตั้ง ( เกิดก่อนวันที่ 3 มกราคม 2533 ) และ
มี ชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันเลือกตั้ง ( ก่อนวันที่ 4 ธันวาคม 2550 ) |
| |
 |
| |
เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช
อยู่ในระหว่างเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาล หรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ |
| |
 |
| |
 |
| ผู้ ที่อาศัยหรือทำงานอยู่คนละจังหวัดกับทะเบียนบ้านของตนหรือผู้ที่มีชื่ออยู่ ในทะเบียนบ้านปัจจุบันไม่ถึง 90 วัน สามารถใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ว. ล่วงหน้าได้ ณ ที่เลือกตั้งกลางของจังหวัดที่ท่านทำงานหรืออาศัยอยู่ได้ โดยไม่ต้องเดินทางกลับบ้านแต่ต้อง ยื่นคำขอลงทะเบียนตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 31 มกราคม 2551 |
|
|
| |
 |
| |
 |
ขอ รับแบบคำขอลงทะเบียนและ ยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นในจังหวัดที่ท่านอาศัยอยู่ ด้วยตัวเองหรือส่งทางไปรษณีย์ ( ควรส่งก่อนวันที่ 23 มากราคม 2551 ) หรือมอบหมายผู้อื่นไปยื่นแทน |
 |
แนบหลักฐาน ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรที่มีรูปถ่าย ซึ่งทางราชการออกให้และมีหมายเลขประจำตัวประชาชนพร้อมรับรองสำเนา |
 |
ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเจตจังหวัด ณ ที่เลือกตั้งกลางของจังหวัด ในวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 08.00-17.00 น. |
|
| |
 |
| |
|
|
| |
 |
| |
| ผู้ที่อาศัย อยู่ในบ้านตามทะเบียนบ้านใน จังหวัดที่มีการเลือกตั้ง แต่ในวันที่ 2 มีนาคม 2551 จะต้องเดินทางออกนอกเขตเลือกตั้ง(จังหวัด) ทำให้ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ บุคคลดังกล่าวสามารถไปขอลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ว. ล่วงหน้าในวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 08.00-17.00 น. ได้ ณ ที่เลือกตั้งกลางในเขตเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิเลือกตั้ง ( จะมีอยู่ทุกอำเภอๆ ละ 1 แห่ง )โดยไม่ต้องยื่นคำขอลงทะเบียน |
| |
2 มีนาคม 2551 (08.00-15.00 น.) |
| |
การตรวจสอบรายชื่อ |
| |
ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20 วัน (วันสุดท้าย 10 กุมภาพันธ์ 2551) ตรวจ สอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้ที่ ศาลากลางจังหวัดที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการเขต สำนักงานเทศบาล ที่ทำการ อบต. ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน เขตชุมชน หรือที่ตั้งของหน่วยเลือกตั้ง
ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 15 วัน (วัน สุดท้าย 15 กุมภาพันธ์ 2551) เจ้าบ้านจะได้รับหนังสือที่แจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ส.ว.11) ผู้ที่อยู่ในทะเบียนบ้าน เพื่อให้ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล และที่เลือกตั้ง |
| |
การเพิ่ม-ถอนชื่อ |
| |
ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน (วันสุดท้าย 20 กุมภาพันธ์ 2551) หากเห็นว่าไม่มีชื่อตนเองหรือมีชื่อผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้งปรากฏอยู่ในบัญชี รายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้แจ้งนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น โดยนำหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวอื่นใด ที่ทางราชการออกให้ไปแสดงด้วย |
| |
การแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ |
| |
ก่อน และหลังวันเลือกตั้ง 7 วัน (24 กุมภาพันธ์ – 9 มีนาคม 2551) ขอรับแบบ ส.ว. 28 หรือทำหนังสือชี้แจงเหตุที่ทำให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ได้ และให้ระบุเลขประจำตัวประชาชนและที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
ยื่นหนังสือต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นที่ท่านมีทะเบียนบ้าน |
|
ด้วยตนเอง
มอบหมายผู้อื่นหรือ
ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
|
| |
เหตุที่ทำให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ว. ไม่ได้ |
| |
ผู้มีกิจธุระจำเป็นเร่งด่วนต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกล
ผู้ป่วยและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
ผู้พิการหรือผู้สูงอายุและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
ผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร
ผู้มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากที่เลือกตั้งเกินกว่า 100 กิโลเมตร
ผู้ประสบเหตุสุดวิสัย เช่น อุทกภัย วาตภัย ฯลฯ |
| |
 |
| |
| ผู้ที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและไม่ได้แจ้งเหตุอันสมควร จะเสียสิทธิ 3 ประการ ดังนี้ |
| |
สิทธิคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว.
สิทธิสมัครรับเลือกตั้งและสิทธิได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหา เป็น ส.ส. และ ส.ว. สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
สิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนัน และผู้ใหญ่บ้าน |
| |
 |
| |
| สิทธิทั้ง 3 ประการ จะได้กลับคืนมา เมื่อไปใช้สิทธิการเลือกตั้งอย่างใดอย่างหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สมาชิกสภาท้องถิ่น (ส.ถ.) หรือผู้บริหารท้องถิ่น (ผ.ถ.) |
| |
 |
| |
| ก่อนไปลงคะแนน ขอให้เตรียมความพร้อมหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อใช้ในการลงคะแนนเลือกตั้ง ดังนี้ |
บัตรประชาชน (บัตรที่หมดอายุก็ใช้ได้)
บัตรหรือหลักฐานที่ราชการหรือหน่วยงานของรัฐออกให้มีรูปถ่ายและหมายเลขประจำตัวประชาชน เช่น
บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ใบขับขี่
หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) |
| |
 |
| |
| คณะกรรมการ เลือกตั้ง ได้จัดให้มีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง เป็นผู้อำนวยความสะดวกให้ผู้พิการใช้สิทธิเลือกตั้งได้สะดวกขึ้น โดยช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ซึ่งการช่วยเหลือนั้นต้องให้ผู้พิการได้ลงคะแนนด้วยตนเองด้วย เช่น จัดให้มีบัตรทาบในการลงคะแนนของผู้ที่พิการทางสายตา อำนวยความสะดวกในการหย่อนบัตรลงในหีบบัตรการเลือกตั้ง ฯลฯ |
| |
 |
| |
|
|
| |
 |
| |
| การเลือก ตั้ง ส.ว. ครั้งนี้ ผู้สมัคร ส.ว. สามารถหาเสียงเลือกตั้งได้ แต่เฉพาะที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานในหน้าที่ของ ส.ว. เท่านั้น เพื่อให้ประชาชนรู้จักและทราบวัตถุประสงค์ เจตนารมณ์ของผู้สมัคร รวมทั้งได้รู้ว่าเมื่อได้รับการเลือกตั้งแล้วจะไปทำหน้าที่ให้เกิดประโยชน์ กับบ้านเมืองได้อย่างไรบ้าง |
| |
 |
| |
| ผู้สมัคร ส.ว. ที่ควรเลือกควรมีลักษณะ เช่น |
มีประวัติการทำงานหรือผลงานที่ผ่านมาดีและเป็นที่ยอมรับ
มีคุณธรรม จริยธรรม และรู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวม
มีความซื่อสัตย์และสุจริต
เคารพกฎหมาย ระเบียบและกติกาของบ้านเมือง
มีการหาเสียง โดยไม่ทำผิดกฎหมาย
ได้รับความเชื่อถือ และเป็นที่เคารพประชาชนในจังหวัด
เป็นแบบอย่างของการรู้จักรักษาระโยชน์ของส่วนรวม
ไม่ถูกครอบงำจากพรรคการเมืองหรือนักการเมืองใด |
| |
 |
| |
| เมื่อเสร็จ สิ้นการลงคะแนนแล้ว คณะกรรมการปรำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.)จะทำหน้าที่ในการนับคะแนน ณ ที่เลือกตั้งของแต่ละหน่วยเลือกตั้งโดยเปิดเผย และประกาศผลการนับคะแนนไว้ ณ ที่เลือกตั้ง พร้อมรายงานผลการนับคะแนนต่อคณะกรรมการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง (จังหวัด) แล้วรายงานผลการรวมคะแนนของเขตเลือกตั้ง (จังหวัด) ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อประกาศและรับรองผลการเลือกตั้ง |
| |
ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัคร ยื่นคัดค้านต่อ กกต. โดย |
| |
ก่อนวันประกาศผลการเลือกตั้ง หรือภายใน 30 วัน นับแต่วันการประกาศการเลือกตั้ง กรณีเห็นว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น เป็นไปโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ภายใน 180 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง กรณีเห็นว่าผู้สมัครใดใช้จ่ายเงินในการหาเสียงเกินจำนวนที่ กกต. กำหนด หรือผู้สมัครไม่ยื่นบัญชีรายรับ-รายจ่าย ภายใน 90 วัน หลังวันเลือกตั้ง |
| |
 |
| |
| เมื่อพบเห็นการทุจริตเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการแจกเงิน สิ่งของ หรือมีการเรียกรับเงิน หรือทรัพย์สิน ให้ช่วยกันแจ้งเบาะแส หรือรวบรวมหลักฐานการทุจริตแจ้งต่อตำรวจในพื้นที่แจ้งต่อ กกต.จังหวัด หรือรายงานให้ กกต. ทราบ |
ด้วยตนเอง
ทางโทรศัพท์หมายเลข 0-2219-2921
ทางโทรสารหมายเลข 0-2219-2791 |
| |
 |
| |
ห้ามซื้อเสียงหรือจัดเตรียมซื้อเสียง
ห้ามรับเงินหรือผลประโยชน์อื่นใด เพื่อลงคะแนนเลือกตั้ง
ห้ามหาเสียงและห้ามขายหรือจัดเลี้ยงสุรา ตั้งแต่ 18.00 น. ของวันก่อนเลือกตั้งจนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง
ห้ามนายจ้างขัดขวางการไปใช้สิทธิของลูกจ้าง
ห้ามขัดขวางหรือหน่วงเหนี่ยวมิให้ผู้มีสิทธิไปเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้ง
ห้ามจัดยานพาหนะ (ยกเว้นหน่วยงานของรัฐ) ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปเลือกตั้งโดยไม่เสียค่าโดยสาร
ห้ามทำบัตรเลือกตั้งชำรุดอย่างจงใจ
ห้ามถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ตนเองได้ลงคะแนนแล้ว ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดๆ
ห้ามมิให้ผู้ที่รู้ว่าตนเป็นผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง พยายามลงคะแนนเลือกตั้ง
ห้ามจงใจทำเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกตไว้ที่บัตรเลือกตั้ง
ห้าม เปิดเผยหรือเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ในระหว่างเวลา 7 วัน ก่อนวันเลือกตั้งจนถึงเวลาปิดการลงคะแนนเลือกตั้ง
ห้ามเล่นการพนันขันต่อใดๆ เกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง |
| |
 |
| |
เอกสารแนะนำตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ส่งถึงเจ้าบ้านพร้อมหนังสือแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปยังเจ้าบ้าน
ป้ายประกาศหาเสียงผู้สมัคร ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานเทศบาล
เวปไซด์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th
การจัดเวทีหาเสียงตามสถานที่ต่างๆ
โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ ฯลฯ |