สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสระบุรี
The Office of Provincial Election Commission of Saraburi
เมนูหลัก
หน้าแรก
ข้อมูลพื้นฐาน(About Us)
โครงสร้าง อำนาจหน้าที่ของ กกต.จว. และ สนง.กกต.จว.
บุคลากร (กกต.จว. และ พนง.กกต.จว.)
ที่ตั้งและหมายเลขโทรศัพท์
ประวัติ ความเป็นมาของ สนง.กกต.จว.
ทำเนียบ กกต.จว./ผอ.กต.จว.
ข้อมูลทางการปกครอง
แผนที่จังหวัด
อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน และ อปท.
จำนวนประชากรและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
การเลือกตั้ง
การเลือกตั้ง ส.ส.
- การแบ่งเขตเลือกตั้ง
- กระบวนการเลือกตั้ง
- หน่วยเลือกตั้ง/หน่วยเลือกตั้งกลาง
- ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง
การเลือกตั้ง ส.ว.
- กระบวนการเลือกตั้ง
- ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง
- หน่วยเลือกตั้ง/หน่วยเลือกตั้งกลาง
การเลือกตั้งท้องถิ่น
- การแบ่งเขตเลือกตั้ง
- กระบวนการเลือกตั้ง
- หน่วยเลือกตั้ง
- ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง
การถอดถอน ผถ./สถ.
การออกเสียงประชามติ
ประกาศผลการเลือกตั้ง
การมีส่วนร่วมฯ
อชช.
ลูกเสืออาสา กกต.
การให้การศึกษา, เครือข่าย, วิทยากร, การอบรม 4 ช่วงชั้น
ดีเจประชาธิปไตย
การเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์
ปฏิทินการเลือกตั้ง
ข่าวประชาสัมพันธ์
ข่าว&กิจกรรมของ กกต.จว.
ประกาศประกวดราคา
ทำเนียบ
ส.ส.
ส.ว.
สถ./ผถ.
แบบฟอร์ม
สื่อสิ่งพิมพ์
สื่อมัลติมีเดีย
รัฐธรรมนูญและกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
การร้องคัดค้าน
สถิติข้อมูล
การเลือกตั้ง
พรรคการเมืองและสาขาพรรคการเมือง
ถาม-ตอบ
ติดต่อเรา
ปฏิทิน
พฤษภาคม 2556
อา
จ
อ
พ
พฤ
ศ
ส
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
การออกเสียงประชามติ
การออกเสียงประชามติ
การออกเสียงประชามติ
หมายถึง กระบวนการในการแสดงความเห็นของประชาชน ด้วยการลงคะแนนออกเสียง เพื่อตัดสินใจว่า จะให้ความเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ ในเรื่องที่มีความสำคัญ และมีผลกระทบต่อประโยชน์ได้เสีย ของประเทศชาติ หรือกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ก่อนที่จะนำมติหรือการตัดสินใจนั้น ออกเป็นกฏหมาย หรือนำไปปฎิบัติเพื่อบังคับใช้เป็นการทั่วไป
การออกเสียงประชามติ ครั้งนี้เป็นการออกเสียงเพื่อให้ประชาชน ได้พิจารณาว่าจะเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ที่สภาร่าง รัฐธรรมนูญได้ยกร่างขึ้นทั้งฉบับ
การกำหนดวันออกเสียง ประชามติต้องไม่เร็วกว่า ๑๕ วัน และไม่ช้ากว่า ๓๐ วัน นับแต่วันที่สภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ ให้ประชาชนทราบ และวันออกเสียงประชามติต้องกระทำภายในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร
หลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามติให้เป็นไปตามที่สภาร่างรัฐธรรมนูญประกาศกำหนด
ผลการออกเสียงประชามติ ให้ถือเสียงข้างมาก ของผู้ออกเสียงประชามติ หากเสียงข้างมากเห็นชอบให้นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาบังคับใช้ ให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาตินำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศบังคับใช้ แต่หาก เสียงข้างมากไม่เห็นชอบ ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลง และให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมกับคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่ได้เคยประกาศใช้มาแล้วฉบับใดฉบับหนึ่งมาปรับปรุงให้แล้วเสร็จ ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันออกเสียงประชามติไม่เห็นชอบ
กำหนดให้สภาร่างรัฐ ธรรมนูญทำหน้าที่เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ และให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเผยแพร่กระบวนการ และขั้นตอนการ ออกเสียงประชามติ ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง
ให้คณะ กรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้ดำเนินการจัดและควบคุมการออกเสียงประชามติ ให้เป็นไปด้วยความสุจริต และเที่ยงธรรมตาม ที่สภาร่างรัฐธรรมนูญมอบหมาย
ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญประกาศกำหนดวันออกเสียงประชามติ
การออกเสียงประชามติให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ
ให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตออกเสียง
ใช้เขตหมู่บ้านเป็นเขตของหน่วยออกเสียง และถือเกณฑ์จำนวนผู้มีสิทธิแต่ละหน่วย จำนวน ๘๐๐ คน เป็นประมาณ
กำหนดคุณสมบัติของู้มีสิทธิออกเสียง ประกอบด้วย
มีสัญชาติไทย (แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี)
มีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ ในวันที่ ๑ มกราคมของปีที่มีการออกเสียง และ
มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตออกเสียงมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน นับถึงวันออกเสียงประชามติ
กำหนดลักษณะบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิออกเสียง ได้แก่ บุคคลที่
วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช
ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
กำหนดให้มีการจัดทำ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงและปิดประกาศไม่น้อยกว่า ๒๐ วัน ก่อนวันออกเสียง เพื่อให้บุคคลสามารถตรวจสอบ และยื่นคำร้อง ขอเพิ่ม-ถอนชื่อ ได้ไม่น้อยกว่า ๑๐ วัน ก่อนวันออกเสียง
กำหนดรูปแบบบัตรออกเสียงประชามติและวิธีการทำเครื่องหมายในบัตรออกเสียงประชามติ
กำหนดระยะเวลาในการออก เสียงประชามติ ระหว่างเวลา ๐๘.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. (เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งที่ผ่านมาอีก ๑ ชั่วโมง : เดิมกำหนด ระยะเวลาการเลือกตั้ง ๐๘.๐๐ - ๑๕.๐๐ น.) เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มาใช้สิทธิออกเสียง
กำหนดให้นับคะแนนที่ หน่วยออกเสียง โดยเปิดเผยติดต่อกันจนแล้วเสร็จ หลังจากปิดการลงคะแนน และให้รายงานผลการนับคะแนน ไปยังอนุกรรมการออกเสียงประจำอำเภอ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดและคณะกรรมการการเลือกตั้งตามลำดับ
กำหนดให้ผู้มีสิทธิออก เสียงที่มีถิ่นที่อยู่ในจังหวัดอื่นนอกจากจังหวัดที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียน บ้าน สามารถใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียง ในจังหวัดที่ตนอยู่ได้ โดยต้องยื่นคำขอลงทะเบียนต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่นของอำเภอหรือเทศบาลที่ตนอยู่ ก่อนวันออกเสียงอย่างน้อย ๓๐ วัน
กำหนดให้กรณีหน่วยออก เสียงใดมีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นในวันออกเสียง เป็นเหตุให้ไม่สามารถลงคะแนนออกเสียงได้ ให้กรรมการ ประจำหน่วย ออกเสียงประกาศงดลงคะแนนในหน่วยออกเสียงนั้น และประกาศให้ผู้มีสิทธิออกเสียงในหน่วยนั้น ไปใช้สิทธิออกเสียง ณ ที่ออกเสียงกลาง (ฉุกเฉิน) ของจังหวัดนั้น ๆ แทนในวันและเวลาออกเสียงเดิม
กำหนดให้มีการคัดค้าน การออกเสียงในหน่วยออกเสียงได้ โดยต้องมีผู้มาใช้สิทธิจำนวนไม่น้อยกว่า ร้อยละสิบของจำนวนผู้มาใช้สิทธิ ออกเสียงในหน่วยออกเสียงนั้น ยื่นคำร้องคัดค้านต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ภายใน ๒๔ ชั่วโมง นับแต่การลงคะแนนออกเสียงสิ้นสุดลง ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งอาจสั่งให้มีการออกเสียงใหม่ในหน่วยออกเสียงนั้น ได้ แต่การออกเสียงใหม่ต้องกระทำไม่ช้ากว่า ๓๐ วัน นับแต่วันที่เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ เว้นแต่พิจารณาแล้ว เห็นว่า การออกเสียงใหม่ จะไม่ทำให้ผลการออกเสียงของทั้งประเทศ เปลี่ยนแปลงไป ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่งยกคำร้องคัดค้าน
กำหนดให้คณะกรรมการ การเลือกตั้งแจ้งผลการออกเสียง และจำนวนผู้มาใช้สิทธิออกเสียงไปยัง สภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อประกาศผล การออกเสียงประชามติ
เนื่องจาก
การออกเสียงประชามติตามรัฐธรรมนูญ
(ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นการออกเสียงระดับชาติ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ซึ่งจะมีผลต่อการกำหนดทิศทาง และอนาคตของประเทศ ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียง จะต้องเตรียมความพร้อม เพื่อให้การออกเสียงประชามติครั้งนี้เป็นไปอย่างมีคุณภาพ โดยมีแนวทาง ที่ควรปฏิบัติอย่างน้อย ๕ ประการ ประกอบด้วย
ผู้เยี่ยมชมวันนี้
573
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด
298,455