องค์การเอกชน
(ระเบียบขอให้รับรองฯแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ.2553 เริ่มใช้ 5 สิงหาคม 2553 )
องค์การ มหาชน คือชมรหรือกลุ่มบุคคล สมาคม มูลนิธิ หรือองค์การอย่างหนึ่งอย่างใดทั้งที่เป็นนิติบุคคลและไม่เป็นนิติบุคคล ซึ่งก่อตั้งและดำเนินการโดยเอกชนซึ่งมีสัญชาติไทยเป็นหลัก เพื่อดำเนินกิจการอันมีลักษณะต่อเนื่องร่วมกัน โดยมิใช่เป็นการแสวงกำไรรายได้หรือผลประโยชน์มาแบ่งกัน มีความเป็นกลางทางการเมืองและมีกรรมการ ผู้บริหารผู้มีอำนาจทำการแทนและสมาชิกที่ไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง ( ข้อ4 )
องค์การเอกชนที่มีความประสงค์จะช่วยเหลือการปฏิบัติงานของ กกต. 3 ด้าน ( ข้อ 9 )
1. การให้การศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
2. กรส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน
3. การช่วยเหลือในการตรวจสอบการเลือกตั้ง
การยื่นคำขอ ( ข้อ 9 )
ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้
( 1 ) มีวัตถุประสงค์เพื่อการสาธารณประโยชน์และการดำเนินกิจการที่เป็นทางการเมือง
( 2 ) มีการดำเนินกิจการอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันที่ยื่นคำขอและมีผลการดำเนินงานเป็นที่ประจักษ์
( 3 ) ไม่มีวัตถุประสงค์ และการกระทำที่มุ่งแสวงหากำไร รายได้ หรือผลประโยชน์มาแบ่งปันกัน
( 4 ) ผู้บริหารหรือดำเนินงาน หรือผู้มีอำนาจทำการแทนขององค์การเอกชน ต้องเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เป็นกลางทางการเมือง และพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง หรือพ้นจาก
การ เป็นผู้ดำรงแหน่งอื่น ของพรรคการเมือง หรือพ้นจากกการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมาชิก วุฒิสภา สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือพ้นจากการเป็นผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาหรือผู้บริหารท้องถิ่น มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันที่ยื่นคำขอ ( พร้อมภาพถ่ายขนาด 2 นิ้ว คนละ 2ใบ และสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน )
( 5 ) มีสมาชิกไม่น้อยกว่า 50 คน โดยสมาชิกต้องเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มีความเป็นกลางทางการเมือง และไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง ( พร้อมรายชื่อและสำเนาบัตรประชาชนทุกคน )
( 6 ) ไม่มีผู้บริหารหรือผู้ดำเนินงานหรือผู้มีอำนาจทำการแทนขององค์การเอกชนที่ เคยมีพฤติกรรม หรือการกระทำตามข้อ 21 ( 5 ) มายังไม่ถึง 1 ปี ในวันยื่นคำจอ หรือเคยต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้จะมีการรอการลงโทษมาสยังไม่ถึง 1 ปี ในวันยื่นคำขอ
( 7 ) ไม่มีผู้บริหารหรือผู้ดำเนินงาน หรือผู้มีอำนาจทำการแทนขององค์การเอกชนที่เคยมีพฤติกรรมหรือการกระทำตามข้อ 21 ( 7 ) ( 8 ) มายังไม่ถึง 1 ปี ในวันยื่นคำขอ
ใน กรณีที่องค์การเอกชนนั้น เป็นองค์การเอกชนตามข้อ 6 วรรคสอง ให้ระบุจังหวัดที่ประสงค์จะช่วยเหลือการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการ เลือกตั้ง ในการให้การศึกษาแก่ประชานเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอัน มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน หรือการช่วยเหลือในการตรวจสอบการเลือกตั้งด้วย
การ แสดงความประสงค์ของ องค์การเอกชนตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำการยื่นคำขอตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบ โดยคำขอและ หนังสือรับรองให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดไว้ท้ายระเบียบ
เอกสารที่ต้องแนบมาพร้อมการยื่นคำขอจดรับรอง
นิติบุคคล ( ข้อ 11 )
1. หนังสือรับรองหรือ หนังสือสำคัญแสดงความเป็นนิติบุคคล
2. ตราสารหรือข้อบังคับ หรือระเบียบขององค์เอกชน
3. บัญ ชี่รายชื่อบุคคลซึ่งเป็นผู้แทนหรือบริหารขององค์การเอกชน ที่อยู่ พร้อมทั้งประวัติของบุคคลดังกล่าว ( แนบภาพถ่านขนาด 2 นิ้ว คนละ 2 ใบ และสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน )
4. รายงานผลการดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ในรอบปีที่ผ่านมา
5. รายงานทางการเงินในรอบปีที่ผ่านมา
6. รายงาน การประชุมคณะกรรมการบริหารขององค์การเอกชน หรือบันทึกข้อตกลงของผู้บริหารองค์การเอกชน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความประสงค์ที่จะรับรอง
ไม่เป็นนิติบุคคล ( ข้อ 12 )
1. ตราสารหรือข้อบังคับ หรือระเบียบขององค์เอกชน
2. บัญ ชี่รายชื่อบุคคลเป็นกรรมการ หรือผู้บริหารขององค์การเอกชน ที่อยู่ พร้อมทั้งประวัติของบุคคล ( แนบภาพถ่ายขนาด 2 นิ้ว คนละ 2 ใบ และสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน )
3. รายงานผลการดำเนินกิจการตามประสงค์ขององค์การเอกชน ในรอบปีที่ผ่านมาซึ่งประธานกรรมการ หรือหัวหน้าผู้บริหารองค์การเอกชนให้คำรับรอง
4. รายงานทางการเงินในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งประธานกรรมการ หรือหัวหน้าผู้บริหารองค์การเอกชนให้คำรับรอง
5. รายงาน การประชุมคณะกรรมการบริหารขององค์การเอกชน หรือบันทึกข้อตกลงของผู้บริหารองค์การเอกชน ซึ่งแสดงให้ถึงความประสงค์ที่จะขอรับการรับรอง
การยื่นคำขอการรับรอง
ยื่นที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
ถึงผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
1. พนักงานจะออกใบรับคำขอให้เป็นหลักฐาน
2. ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดตรวจคำขอและเอกสารประกอบ เสนอคำขอพร้อมความเห็นต่อ กกต. จังหวัด ภายใน 15 วันนับแต่ได้รับคำขอ
3. กก ต.จังหวัด มีมติให้ความเห็นชอบการรับรององค์การเอกชน ให้ผู้อำนวยการ ฯ ออกหนังสือรับรอง แล้วแจ้งองค์การเอกชนนั้นทราบและปิดประกาศการรับรองไว้ที่ สนง.กกต. ประจำจังหวัดและรายงานเลขาธิการ กกต.ทราบ
4. กรณี ที่ผู้อำนวยการฯ เห็นว่าคำขอบกพร่องในสาระสำคัญ หรือส่งเอกสารไม่ครบตามที่กำหนด ให้ผู้อำนวยการฯแจ้งองค์การเอกชนภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ ให้องค์การเอกชนแก้ไขให้ครบถ้วนภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้อำนวยการฯ ให้ ผู้อำนวยการฯเสนอคำขอพร้อมความเห็นต่อ กกต. จังหวัดภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอที่มีการแก้ไขหรือเอกสารถ้วน ถ้าองค์การเอกชนไม่แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยไม่แจ้งข้อขัดข้องให้ทราบ ผู้อำนวยการ ฯ สั่งไม่รับคำขอนั้นแล้วแจ้งองค์การเอกชนทราบ
การเปลี่ยนแปลง
องค์การเอกชนที่ได้รับการรับรองแล้ว ถ้ามีการปลี่ยนแปลงชื่อ หรือตราสาร หรือ ข้อบังคับ หรือระเบียบขององค์การเอกชน หรือเปลี่ยนรายชื่อบุคคลซึ่งเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงให้
ผู้อำนวยการฯ หรือเลขาธิการฯแล้วภายใน 45 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง แล้วให้ผู้อำนวยการฯแจ้งเลขาธิการฯโดยไม่ชักช้า
ขอยกเลิกการรับรอง
องค์การ เอกชนที่มีความ ประสงค์ขอยกเลิกการรับรองให้แจ้งเป็นหนังสือต่อผู้อำนวยการ ฯ หรือเลขาธิการฯแล้วแต่กรณี และให้ถือว่าการยกเลิกมีผลตั้งแต่วันที่ผู้อำนวยการฯหรือ
เลขาธิการฯได้รับหนังสือ ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนต่อข้อผูกพันใดๆ ที่องค์การเอกชนนั้นมีอยู่กับ สนง กกต.
ระเบียบว่าด้วยการปฏิบัติงานฯ
องค์การเอกชนที่ต้องการเสนอโครงการ ( ข้อ 8 )
*โครงการให้การศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย ฯ
*โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน
1. ชื่อและวัตถุประสงค์ของโครงการ
2. ชื่อของกรรมการหรือผู้บริหารองค์การเอกชนผู้รับผิดชอบโครงการ
3. ขอบเขตและพื้นที่การดำเนินงาน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทั้งเขตเลือกตั้งอย่างน้อย 1 เขต
4. แผนงาน ขั้นตอน ระยะเวลาการดำเนินงาน จำนวนอาสาสมัคร และจำนวนผู้ประสานอาสาสมัคร พร้อมรายชื่อและหมายเลขประจำตัวประชาชน
5. งบประมาณ
6. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
*** การยื่นเสนอโครงการให้ยื่นล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 90 วัน ก่อนวันดำเนินโครงการ
ขั้นตอนการยื่นเสนอโครงการ
1. ยื่นต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
2. ผู้อำนวยการฯ เห็นว่าโครงการมีรายละเอียดไม่ครบถ้วน ให้แจ้งองค์การเอกชน ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับโครงการ
3. ให้ องค์การเอกชนดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหรือชี้แจ้งภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากองค์การเอกชนไม่ดำเนินการตามกำหนดให้ถือว่าองค์การเอกชนนั้นไม่เป็น
ประสงค์ที่จะดำเนินการตามโครงการดังกล่าว
* โครงการช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้ง ( ข้อ 15 )
ให้ยื่นเสนอโครงการไม่ช้ากว่า 7 วัน นับจากวันประกาศให้มีการเลือกตั้ง มีรายละเอียดดังนี้
1. ชื่อและวัตถุประสงค์ของโครงการ
2. ชื่อของกรรมการหรือผู้บริหารองค์เอกชนผู้รับผิดชอบโครงการ พร้อมด้วยหมายเลขประจำตัวประชาชน
3. ขอบเขตและพื้นที่การดำเนินงาน
4. แผนงาน ขั้นตอน ระยะเวลาการดำเนินงาน จำนวนอาสาสมัคร และจำนวนผู้ประสานงานอาสาสมัคร พร้อมรายชื่อและหมายเลขประจำตัวประชาชน
5. งบประมาณ
6. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
หมายเหตุ
**หนังสือรับรององค์การเอกชนที่เป็นนิติบุคคลให้มีอายุคราวละสี่ปี
**หนังสือรับรององค์การเอกชนที่ไม่เป็นนิติบุคคลให้มีอายุคราวละสองปี
องค์กรเอกชนกับการมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้ง
องค์การเอกชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้งกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ 3 วิธี คือ
- การ ให้การศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยว กับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้แก่ การอบรมให้ความรู้ การจัดประชุมสัมมนาการจัดเวทีเสวนา การรณรงค์เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ เกี่ยวกับประชาธิปไตย การเมืองการปกครอง รัฐธรรมนูญ การเลือกตั้ง ระบบพรรคการเมือง การปกครองท้องถิ่น แก่ประชาชนโดยทั่วไป
- การ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการ เมืองของประชาชน โดย การส่งเสริมให้ประชาชนจัดกิจกรรม จัดตั้งกลุ่ม องค์กร เครือข่าย ให้เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองและการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา และการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
- การ ช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้ง เพื่อป้องกันการทุจริตในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ได้แก่
- การรับแจ้งเหตุ เป็นการรับแจ้งเหตุการณ์จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัคร พรรคการเมือง อาสาสมัคร หรือบุคคลใด ในเรื่องเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้สมัคร พรรคการเมือง อาสาสมัครหรือบุคคลใด กระทำการอันอาจเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.๒๕๕๐ พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๔๕ หรือกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
- การสำรวจค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง เป็นการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของผู้สมัครแต่ละคนที่ใช้จ่ายในการ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น แล้วแต่กรณี และค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครแต่ละพรรคที่ใช้จ่ายในการเลือก ตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
- การสอดส่องและสังเกตการณ์เพื่อป้องกันการทุจริต เป็นการสอดส่องเพื่อป้องกันการทุจริตในการเลือกตั้ง การสังเกตการณ์การหาเสียง ของผู้สมัครพรรคการเมือง หรือบุคคลใด ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น แล้วแต่กรณี การสอดส่องเพื่อป้องกันการทุจริตการลงคะแนน การนับคะแนน และการประกาศผลการนับคะแนน ในการเลือกตั้งสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น แล้วแต่กรณี