สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสงขลา
Office of Songkhla Province Election Commission


 
 
 
 

กระบวนการเลือกตั้ง

การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 กำหนดให้มีสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมด 150 คน มาจากการสรรหา 73 คน และมาจากการเลือกตั้ง 77 คน มีวาระ 6 ปี นับแต่วันที่ได้รับเลือกตั้งหรือวันที่ได้รับการแต่งตั้ง (ในวาระเริ่มแรก ส.ว. ที่มาจากการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งเพียง 3 ปี)

การสรรหาสมาชิกวุฒิสภา
1. กำหนดให้มีคณะกรรมการสรรหา จำนวน 7 คน ประกอบด้วย 
             (1) ประธานศาลรัฐธรรมนูญ 
             (2) ประธาน กกต. 
             (3) ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน 

             (4) ประธาน ปปช. 
             (5) ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน 
             (6) ผู้พิพากษาศาลฎีกาที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามอบหมาย 1 คน 
             (7) ตุลาการศาลปกครองสูงสุดที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดมอบหมาย 1 คน
 2. กำหนดระยะเวลาสรรหา ส.ว. เป็น 2 ช่วงเวลา คือ
            2.1 กกต.มีหน้าที่จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหา ดังนี้       
                   (1) เมื่อมีเหตุให้ต้องสรรหา ส.ว. คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องประกาศกำหนดวันสรรหาภายใน 3 วัน นับแต่วันที่มีเหตุต้องมีการสรรหา
                   (2) กกต.กำหนดให้องค์กรภาควิชาการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาชีพ และภาคอื่น ๆ มาลงทะเบียน พร้อมเสนอชื่อบุคคลที่สมควรได้รับการสรรหาเป็น ส.ว. ต่อคณะกรรมการสรรหา องค์กรละ 1 คน ภายใน 15 วันนับจากวันสรรหา โดยองค์กรต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
                             * เป็นองค์กรที่เป็นประโยชน์แก่การปฎิบัติการตามอำนาจหน้าที่ของ ส.ว
                             * องค์กร ต้องเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นโดยกฎหมายในราชอาณาจักรมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือเป็นนิติบุคคลที่ได้รับการรับรองโดยกฎหมายให้จัดตั้งขึ้นในราชอาณาจักรมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี และ
                             * ต้องไม่ใช่องค์กรที่แสวงหาผลกำไร หรือดำเนินกิจการทางการเมือง
                   (3) กกต.กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการลงทะเบียนขององค์กรตาม (2) 
                   (4) บุคคลที่ได้รับเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็น ส.ว. ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีคุณสมบัติต้องห้าม ดังนี้
                             * ต้องเป็นบุคคลที่เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกขององค์กร หรือปฎิบัติหน้าที่ในองค์กร
                             * มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
                   (5) การเสนอชื่อบุคคล องค์กรต้องทำเป็นหนังสือโดยมีประวัติ ระบุเพศ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และสาขาอาชีพ พร้อมทั้งหนังสือยินยอมตามแบบที่ กกต.กำหนด
                   (6) กกต.รวบรวมรายชื่อบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อต่อคณะกรรมการสรรหา ภายใน 5 วันนับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาการเสนอชื่อ
           2.2 คณะกรรมการสรรหาต้องดำเนินการสรรหาให้เสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับบัญชีรายชื่อจาก กกต. และแจ้งผลการสรรหาให้ กกต. เพื่อประกาศผลผู้ได้รับการสรรหาเป็น ส.ว.

การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

          ทุกจังหวัดมี ส.ว.จังหวัดละ 1 คน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกผู้สมัครได้เพียง 1 คน ผู้สมัครที่ได้คะแนนมากที่สุดในจังหวัดเป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง
          ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สามารถหาเสียงเลือกตั้งได้ก็แต่เฉพาะที่เกี่ยวกับการปฎิบัติงานในหน้าที่ของวุฒิสภา
บทบาทและอำนาจหน้าที่ของวุฒิสภา

1.    ด้านนิติบัญญัติ คือ กลั่นกรองกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎร
2.    การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล
3.    การให้ความเห็นชอบในเรื่องสำคัญที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของแผ่นดิน
4.    พิจารณาเลือก แต่งตั้ง ให้คำแนะนำ ให้ความเห็นชอบบุคคลในองค์กรต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ
5.    ถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งทางการเมือง และในวงราชการ
6.   บทบาทและอำนาจหน้าที่อื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด

การเลือกตั้งและการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา จะมีขึ้นเมื่อใด
ที่มา
ภายในระยะเวลา
หมายเหตุ
ส.ว เลือกตั้ง
30 วัน
นับแต่วันครบวาระ
ส.ว. สรรหา
60 วัน
นับแต่วันครบวาระ
ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ว.

  1. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
  2. มีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปีบริบูรณ์ในวันสมัครรับเลือกตั้ง หรือวันที่ได้รับการเสนอชื่อ
  3. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี หรือเทียบเท่า
  4. ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ว. ต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
ก)      มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัคร เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง
ข)      เป็นบุคคลซึ่งเกิดในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง
ค)      เคยศึกษาในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี การศึกษา
ง)       เคยรับราชการหรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี
5.       ไม่เป็นบุพการี คู่สมรส หรือบุตรของ ส.ส. หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
6.       ไม่เป็นสมาชิก หรือผู้ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมือง หรือเคยเป็นสมาชิก หรือเคยดำรงตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่งการเป็นสมาชิกหรือการดำรงตำแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมืองมาแล้วยังไม่เกิน 5 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งหรือวันที่ได้รับการเสนอชื่อ
7.
      ไม่เป็น หรือเคยเป็น ส.ส. และพ้นจากการเป็น ส.ส. มาแล้วไม่เกิน 5 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง หรือวันที่ได้รับการเสนอชี่อ
            8.  เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตามมาตรา 102(1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (9) (11) (12) (13) หรือ (14) ดังนี้
              (1)ติดยาเสพติดให้โทษ 
              (2) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
              (3) เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ตามมาตรา 100 (1) (2) หรือ (4)
                          (1)  เป็นภิกษุ  สามเณร  นักพรตหรือนักบวช
                          (2) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
                          (4) วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
             (4) ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล
             (5) เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุก โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึง  5  ปีในวันเลือกตั้ง เว้นแต่เป็นความผิดโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ 
             (6) เคยถูกไล่ออก  ปลดออก  หรือให้ออกจากราชการ  หน่วยงานของรัฐ  รัฐวิสาหกิจ  เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ 
             (7) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ   
 
 (8) เป็นข้าราชการที่มีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ  นอกจากข้าราชการการเมือง
 (9) เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น  หรือผู้บริหารท้องถิ่น 
(11) เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ  หรือรัฐวิสาหกิจ  หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ 
(12) เป็นกรรมการการเลือกตั้ง  ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา  กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ  ตุลาการศาลปกครอง  กรรมการ ป.ป.ช.  หรือกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
(13) อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามมาตรา 263 ของรัฐธรรมนูญ
(14) เคยถูกวุฒิสภามีมติตามมาตรา 274 ของรัฐธรรมนูญ ให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง
       9.     ไม่เป็นรัฐมนตรี หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือเคยเป็นแต่พ้นจากตำแหน่งดังกล่าวมาแล้วยังไม่เกิน 5 ปี

ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ว.
       
1.       มีสัญชาติไทยโดยการเกิด หรือได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
2.       มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ในวันที่ 1 ม.ค.ของปีที่มีการเลือกตั้ง
3.       มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันเลือกตั้ง
ลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว.
1.       เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
2.       อยู่ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
3.       ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาล หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
4.       วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
 
การเตรียมความพร้อมก่อนไปเลือกตั้ง ส.ว.
 
          ตรวจสอบบัญชีรายชื่อ 
                 - 20 วันก่อนวันเลือกตั้ง ตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ที่ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการ อบต. สำนักงานเทศบาล ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หรือเขตชุมชน
                - 15 วันก่อนวันเลือกตั้ง ตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและที่เลือกตั้ง จากหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน
หากชื่อตกหล่น ผู้มีสิทธิ/เจ้าบ้าน ยื่นคำร้องขอเพิ่มชื่อต่อนายทะเบียนอำเภอ/ท้องถิ่น ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน
พบชื่อผู้ไม่มีสิทธิ เลือกตั้งอยู่ในบ้าน ผู้มีสิทธิ/เจ้าบ้าน ยื่นคำร้องขอถอนชื่อต่อนายทะเบียนอำเภอ/ท้องถิ่น  ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน
หลักฐานที่ใช้ในการเลือกตั้ง ส.ว.
      
1.       บัตรประจำตัวประชาชน / บัตรประจำตัวประชาชนที่หมดอายุ
2.       บัตร หรือหลักฐานที่ทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐออกให้ มีรูปถ่าย และมีหมายเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เช่น
-           บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ
-           ใบขับขี่
-           หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ขั้นตอนการลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ว.
  
            1. ตรวจสอบรายชื่อ และลำดับที่จากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ประกาศไว้หน้าหน่วยเลือกตั้ง
              2. ยื่นบัตรประชาชนและลงลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
              3. รับบัตรเลือกตั้ง ลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือขวาบนต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง พร้อมรับบัตรเลือกตั้ง
              4. เข้าคูหาลงคะแนน ทำเครื่องหมายกากบาท
x ลงในบัตรเลือกตั้งใน "ช่องทำเครื่องหมาย"  เพียงหมายเลขเดียว หากไม่ต้องการเลือกใครให้ทำเครื่องหมายกากบาท x ใน "ช่องไม่ลงคะแนน"
              5. เมื่อลงคะแนนเสร็จแล้ว พับบัตรเลือกตั้งให้เรียบร้อย และหย่อนบัตรลงในหีบบัตรเลือกตั้งด้วยตนเอง

การลงคะแนนล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง
 
ผู้ที่อาศัยอยู่ตามทะเบียนบ้าน แต่ในวันเลือกตั้งต้องเดินทางออกนอกเขต ไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ สามารถไปแสดงตนเพื่อขอลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าได้ ณ ที่เลือกตั้งกลางในเขตเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิเลือกตั้งโดยไม่ต้องยื่นคำขอลงทะเบียน
 
การลงคะแนนล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง

  ผู้ที่ทำงานหรืออาศัยอยู่คนละจังหวัดกับทะเบียนบ้าน หรือผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านปัจจุบันไม่ถึง 90 วัน สามารถไปลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า ณ ที่เลือกตั้งกลางของจังหวัดที่ทำงาน หรืออาศัยอยู่ โดยยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น

การลงคะแนนล่วงหน้านอกราชอาณาจักร

        ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรของแต่ละประเทศต้องขอลงทะเบียนไว้ก่อน

        ไปลงคะแนนล่วงหน้า ณ สถานทูต สถานกงสุล หรือที่เลือกตั้งกลางในประเทศนั้น

        เอกอัคราชทูตหรือกงสุลใหญ่ อาจจัดให้มีการลงคะแนนล่วงหน้าทางไปรษณีย์ ในกรณีที่มีผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งในประเทศนั้นน้อยกว่า 500 คน หรือในกรณีที่การเดินทางไม่สะดวกหรือมีความจำเป็นอื่น

        เมื่อย้ายถิ่นที่อยู่กลับประเทศ อย่าลืมแจ้งขอเปลี่ยนการลงทะเบียนเพื่อกลับมาลงคะแนนที่ตนเองมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดิม

การไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ว.ไม่ได้

    ·   มีกิจธุระจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกล

·         เจ็บป่วย พิการ สูงอายุ ไม่สามารถไปใช้สิทธิได้

·         เดินทางออกนอกราชอาณาจักร

·         มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากที่เลือกตั้งเกินกว่า 100 กม.

·         มีเหตุสุดวิสัยอื่นที่ กกต.กำหนดเช่น อุทกภัย วาตภัย ฯลฯ

การแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

      • ยื่นหนังสือแจ้งเหตุที่ไม่ไปใช้สิทธิได้ที่นายทะเบียนอำเภอ / นายทะเบียนท้องถิ่น
      • ยื่นด้วยตนเอง หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
      • ต้องแจ้งเหตุภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง หรือภายใน 7 วันนับแต่วันเลือกตั้ง
การเสียสิทธิทางการเมือง

1. สิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว.

2.สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และสิทธิได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็น ส.ส. ส.ว.
   สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น

3. สิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
 
การเสียสิทธิ 3 ประการจะได้กลับคืนมา เมื่อไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว.
   สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ครั้งต่อไป  

 





 
 


ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 11
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 540,121