สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสงขลา
Office of Songkhla Province Election Commission


 
 
 
 

ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง

หลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่าย
ในการเลือกตั้งท้องถิ่น


เมื่อมีประกาศให้มีการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด มีหน้าที่ประกาศกำหนดค่าใช้จ่ายของผู้สมัคร โดยให้คำนึงถึงปัจจัย ดังนี้
     1. ขนาดพื้นที่ และลักษณะทางภูมิศาสตร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
     2. จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
     3. จำนวนหน่วยเลือกตั้ง
     4. ดัชนีราคาผู้บริโภคตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์
     โดยผู้สมัครแต่ละคนต้องใช้จ่ายในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง ไม่เกินจำนวนเงินที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกำหนด

ประเภทค่าใช้จ่าย
                ในกรณีค่าใช้จ่ายในการหาเสียง หรือใช้ป้ายหาเสียงร่วมกัน รายการใดสามารถแยกสัดส่วนในการคำนวณค่าใช้จ่ายระหว่างผู้สมัคร ให้คิดแยกเป็นส่วน ๆ ไป แต่กรณีไม่สามารถแยกสัดส่วนได้ให้เฉลี่ยค่าใช้จ่ายระหว่างผู้สมัครตามความเป็นจริง โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดค่าใช้จ่ายตามรายการดังต่อไปนี้เป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ซึ่งจัดแบ่งออกเป็น 9 ประเภท ดังนี้

                1. ค่าใช้จ่ายในการสมัครรับเลือกตั้ง
                      ได้แก่ ค่าสมัครรับเลือกตั้ง ค่ารูปถ่ายที่ใช้ในการสมัครรับเลือกตั้ง ค่าถ่ายเอกสารประกอบหลักฐานการสมัครรับเลือกตั้ง ค่าใบรับรองแพทย์ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายในการสมัครรับเลือกตั้ง

                2. ค่าจ้างแรงงาน
                      ได้แก่ ค่าจ้างอาสาสมัครหาเสียงเลือกตั้ง รวมถึงค่าจ้างแรงงานอื่น ๆ ทุกประเภทที่เกี่ยวข้องการการเลือกตั้งซึ่งไม่ซ้ำซ้อนกับรายการจ่ายในประเภทอื่นและไม่ขัดกับสภาพความเป็นจริงตามสภาพท้องถิ่น เช่น ค่าจ้างอาสาสมัครอยู่ในอัตราตามค่าจ้างแรงงานปกติในท้องถิ่นนั้น
                      กรณีผู้สมัครให้บุคคลในครอบครัวหรือญาติช่วยในการหาเสียงในครั้งนั้น ผู้สมัครจะต้องแสดงรายการค่าใช้จ่ายตามอัตราค่าจ้างแรงงานปกติในท้องถิ่นด้วย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้จ่ายเป็นเงินค่าจ้างให้บุคคลในครอบครัวหรือญาติก็ตาม

                3. ค่าเช่าและค่าตกแต่งสถานที่
                      ได้แก่ ค่าเช่าสำนักงานเพื่อเป็นศูนย์รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยมิใช่สำนักงานที่เป็นที่ทำการปกติ ค่าเช่าสถานที่เพื่อปราศรัยหาเสียง ค่าเช่าสถานที่หรือค่าเช่าพื้นที่เพื่อติดตั้งป้ายโฆษณา โปสเตอร์ หรือสติ๊กเกอร์โฆษณาหาเสียง ค่าตกแต่งสถานที่ รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการตกแต่งสถานที่และที่ใช้เป็นศูนย์รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง

                4. ค่าเช่ายานพาหนะ/ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
                      ได้แก่ ค่าจ้างเหมารถยนต์ เรือยนต์หรือยานพาหนะอื่น ๆ ค่าน้ำมันเชื้อเพลงสำหรับยานพาหนะเพื่อการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง ตามจำนวนยานพาหนะและจำนวนวันที่กำหนด รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้สมัครรับเลือกตั้งและผู้รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งนั้น

                5. ค่าจัดซื้อหรือค่าเช่าวัสดุและอุปกรณ์สำหรับใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง
                      ได้แก่ ค่าจัดซื้อหรือเช่าวัสดุและอุปกรณ์สำหรับใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งทั้งในและนอกสำนักงาน เช่น ค่าจัดซื้อเทปบันทึกเสียง ค่าเช่าเครื่องขยายเสียงพร้อมอุปกรณ์ แต่ไม่รวมวัสดุอุปกรณ์ซึ่งใช้ตกแต่งสถานที่หรือใช้ในสำนักงานเป็นประจำก่อนมีประกาศให้มีการเลือกตั้งและไม่ซ้ำซ้อนกับรายการจ่ายอื่น

                6. ค่าโฆษณาในสื่อต่าง ๆ
                      ได้แก่ ค่าลงโฆษณาในสื่อต่าง ๆ เช่น หนังสือพิมพ์ วารสาร อินเตอร์เน็ต ค่าจัดทำหรือค่าจ้างในการผลิตสื่อเพื่อการออกอากาศ เช่น เทปวิทยุกระจายเสียง

                7. ค่าจัดทำป้าย เอกสาร สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการโฆษณาหาเสียง
                      ได้แก่ ค่าจัดทำป้าย ฟิวเจอร์บอร์ด แผ่นปลิว แผ่นพับ โปสเตอร์ สติ๊กเกอร์และเอกสารหรือวัสดุอื่น ๆ ที่มีเป้าหมายเพื่อการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งที่มีการระบุภาพ ชื่อหรือหมายเลขของผู้สมัคร ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการจัดทำป้ายให้รวมถึงค่าวัสดุอุปกรณ์ในการจัดทำป้าย ค่าจ้างเขียนป้าย และค่าแรงงานติดตั้งป้ายตามจุดต่าง ๆ แต่ไม่รวมถึงค่าเช่าสถานที่ที่ใช้ในการติดตั้งป้าย

                8. ค่าสาธารณูปโภคและค่าไปรษณียากร
                      ได้แก่ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าโทรศัพท์ เฉพาะที่ใช้ในศูนย์รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งใช้เพื่อการเลือกตั้งหรือใช้ในสำนักงาน ซึ่งเกินกว่ารายจ่ายปกติที่เคยเป็นอยู่ ค่าไปรษณียากร (แสตมป์) สำหรับจัดส่งเอกสารการหาเสียงไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งในราชอาณาจักรและนอกราชอาณาจักร

                9. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ
                      ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้งที่ไม่ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ เป็นเหตุให้การเลือกตั้งไม่สุจริต (แยกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ตามที่ผู้สมัครเห็นสมควร) ได้แก่ ค่าใช้จ่ายซึ่งไม่อยู่ในรายการค่าใช้จ่ายตามข้อ 1-8 และเป็นรายการจ่ายที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งใช้จ่ายจริงในการเลือกตั้งและไม่เข้าข่ายรายจ่ายในกิจกรรมที่กฎหมายกำหมายห้ามมิให้ผู้สมัครดำเนินการ เช่น ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ผู้สมัครเลี้ยงรับรองทีมงานหาเสียงเลือกตั้ง ค่าจัดซื้อ/จ้างทำเสื้อทีมสำหรับทีมงานใส่เพื่อรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เป็นต้น

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545
 
          มาตรา 4 “สภาท้องถิ่น” หมายความว่า สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด สภาเทศบาล สภาองค์การบริหารส่วนตำบล สภากรุงเทพมหานคร สภาเมืองพัทยา และสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

          มาตรา 54 ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประกาศกำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา 
          ห้ามมิให้ผู้สมัครใช้จ่ายในการเลือกตั้งเกินจำนวนเงินค่าใช้จ่ายที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง จำนวนเงินค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้รวมถึงบรรดาเงินที่บุคคลอื่นได้จ่ายหรือรับว่าจะจ่ายแทน และทรัพย์สินที่บุคคลอื่นได้นำมาให้หรือยกให้โดยไม่คิดค่าตอบแทน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัคร โดยผู้สมัครรับรู้หรือยินยอม ในกรณีที่นำทรัพย์สินมาให้ใช้ให้คำนวณตามอัตราค่าเช่าหรือค่าตอบแทนตามปกติในท้องที่นั้น
          บรรดาเงินที่บุคคลอื่นได้ใช้จ่ายในการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งให้ผู้สมัครและผู้สมัครได้รับทราบถึงการกระทำดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่าเป็นจำนวนเงินค่าใช้จ่ายที่ผู้สมัครรับรู้หรือยินยอมตามวรรคสองเว้นแต่ผู้สมัครจะได้แจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดว่ายินยอมให้มีการกระทำเช่นว่านั้นภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับทราบถึงการกระทำดังกล่าว ในการนี้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดดำเนินการตามที่เห็นสมควรเพื่อมิให้มีการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งโดยบุคคลดังกล่าวอีกต่อไป

          มาตรา 55 ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง ผู้สมัครต้องยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้งซึ่งรับรองความถูกต้อง พร้อมทั้งหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วนตามความจริงต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
          เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดได้รับบัญชีรายรับและรายจ่ายตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ปิดประกาศไว้ ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นและสถานที่อื่นที่เห็นสมควร
          รายละเอียดและวิธีการจัดทำและรับรองความถูกต้องของบัญชีรายรับและรายจ่ายตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

          มาตรา 56 ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมีเหตุอันควรสงสัยหรือได้รับแจ้งโดยมีหลักฐานอันสมควรว่า ผู้สมัครผู้ให้ใช้จ่ายในการเลือกตั้งเกินจำนวนเงินค่าใช้จ่ายที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประกาศกำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทำการสอบหาข้อเท็จจริงโดยเร็ว ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเห็นว่าผู้สมัครผู้นั้นใช้จ่ายในการเลือกตั้งเกินจำนวนเงินค่าใช้จ่ายที่กำหนดดังกล่าวให้แจ้งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งรายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง และถ้าผู้สมัครผู้ใดได้รับเลือกตั้ง หากคณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นด้วยกับความเห็นดังกล่าว ให้มีคำสั่งเพิกถอนผลการเลือกตั้งของผู้ได้รับเลือกตั้งผู้นั้น และให้ดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่สำหรับตำแหน่งที่ว่าง แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนกิจการที่ผู้นั้นได้กระทำไปในหน้าที่ก่อนวันประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่
          ในกรณีที่ผู้สมัครผู้ใด ไม่ยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายตามมาตรา 55  วรรคหนึ่ง เป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง ให้คณะกรรมการการเลือกตังมีคำสั่งเพิกถอนผลการเลือกตั้งของผู้ได้รับเลือกตั้งผู้นั้นและให้ดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่สำหรับตำแหน่งที่ว่าง
          กรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอมีเหตุอันควรสงสัยและมีหลักฐานที่น่าเชื่อได้ว่าผู้สมัครผู้ใดใช้จ่ายในการเลือกตั้งเกินจำนวนเงินค่าใช้จ่ายที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประกาศกำหนด ให้แจ้งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเพื่อดำเนินการตามวรรคหนึ่งต่อไป

          มาตรา 99 ในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ตามมาตรา 56 หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ใดตามมาตรา 96 หรือมาตรา 97 ให้ผู้ซึ่งกระทำการฝ่าฝืน มาตรา 56 หรือผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนั้นต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายตามจำนวนที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดซึ่งต้องไม่เกินค่าใช้จ่ายในการให้มีการเลือกตั้งใหม่
          ค่าเสียหายที่ได้รับชดใช้ตามวรรคหนึ่ง ให้ตกเป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการเลือกตั้งใหม่นั้น

          มาตรา 116 ผู้สมัครผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 54 วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือปรับเป็นจำนวนสามเท่าของจำนวนเงินที่เกินจำนวนที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประกาศกำหนด แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่ากัน หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอดสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดห้าปี

          มาตรา 117 ผู้สมัครผู้ใดไม่ยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือยื่นหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนตามความจริงตามมาตรา 55 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดห้าปี
          ถ้าข้อความในบัญชีรายรับและรายจ่ายที่ได้ยื่นไว้ตามมาตรา 55 วรรคหนึ่ง เป็นเท็จ ผู้ได้รับเลือกตั้งต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาทและให้ศาลสั่งเพิกถอดสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดห้าปี


 
 


ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 37
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 539,872