|
องค์การเอกชนตรวจสอบการเลือกตั้ง
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้วางหลักการที่สำคัญในการปฏิรูปการเมืองให้มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยการปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สำหรับการเข้ามีส่วนร่วมของประชาชนมีทั้งการเข้ามาในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ในเชิงปริมาณ หมายถึง ประชาชนไปทำหน้าที่การใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง การช่วยเหลือปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตลอดจนการเข้าร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้ง ในเชิงคุณภาพ หมายถึง ประชาชนมีความรู้ มีข้อมูลข่าวสารและมีจิตสำนึกเพียงพอต่อการตัดสินใจ อย่างรู้เท่าทันและอิสระ ไม่เห็นแก่อามิสสินจ้าง พวกพ้องและพร้อมที่จะช่วยเหลือปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้การแจ้งเหตุการณ์กระทำความผิดทุจริตการเลือกตั้งเพื่อสกัดกั้นมิให้คนไม่ดีได้อำนาจปกครอง และที่สำคัญที่สุดคือประชาชนต้องรวมพลังกันจัดตั้งเป็นกลุ่มชมรม องค์การเอกชน ทั้งที่เป็นนิติบุคคล และไม่เป็นนิติบุคคล เพื่อสร้างมิติใหม่ทางการเมืองด้วยการส่งสมาชิกเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครสังเกตการณ์การเลือกตั้ง ทั้งนี้ รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจทางการเมือง และเสริมสร้างความรู้และปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมถึงการมีกฎหมายการรับรองและการแต่งตั้งผู้แทนองค์การเอกชนเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นผู้ควบคุมและดำเนินการจัดหรือจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการและประสานงาน หรือสนับสนุนให้องค์การเอกชนในการให้การศึกษาแก่ประชาชน เกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมถึงการให้การรับรององค์การเอกชน ที่เป็นกลางทางการเมือง ช่วยเหลือการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง แต่งตั้งผู้แทนองค์การเอกชนที่ได้รับรองปฏิบัติหน้าที่เป็นอาสาสมัครสังเกตการณ์การเลือกตั้ง กรณีพบเห็นว่าการเลือกตั้งไม่สุจริตไม่เที่ยงธรรม หรือไม่ถูกกฎหมาย รายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ
องค์การเอกชน หมายถึง ชมรม หรือกลุ่มบุคคล สมาคม มูลนิธิ หรือองค์การอย่างหนึ่งอย่างใด ทั้งที่เป็นนิติบุคคลและไม่เป็นนิติบุคคล ซึ่งก่อตั้งและดำเนินการโดยเอกชนซึ่งมีสัญชาติไทยเป็นหลัก เพื่อดำเนินกิจการอันมีลักษณะต่อเนื่องร่วมกัน โดยมิใช่เป็นการแสวงหากำไร รายได้ หรือผลประโยชน์มาแบ่งปันกัน มีความเป็นกลางทางการเมือง และมีกรรมการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจทำการแทนและสมาชิกที่ไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง
คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามขององค์การเอกชน
1. มีวัตถุประสงค์เพื่อสาธารณประโยชน์และการดำเนินกิจการที่เป็นกลางทางการเมือง
2. มีการดำเนินกิจการอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันที่ยื่นคำขอและมีผลการดำเนินงานเป็นที่ประจักษ์
3. ไม่มีวัตถุประสงค์และการกระทำที่มุ่งแสวงหากำไร รายได้ หรือผลประโยชน์มาแบ่งปันกัน
4. ผู้บริหารหรือผู้ดำเนินงาน หรือผู้มีอำนาจทำการแทนขององค์การเอกชนต้องเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เป็นกลางทางการเมือง และพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง หรือพ้นจากการเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือพ้นจากการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือพ้นจากการเป็นผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันยื่นคำขอ
5. มีสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า 50 คน โดยสมาชิกต้องเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มีความเป็นกลางทางการเมือง และไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง
6. ไม่มีผู้บริหารหรือผู้ดำเนินงาน หรือผู้มีอำนาจทำการแทนขององค์การเอกชนที่เคยมีพฤติกรรมหรือการกระทำตามข้อ 21(5) มายังไม่ถึง 1 ปีในวันยื่นคำขอ หรือเคยต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้จะมีการรอการลงโทษโดยได้พ้นโทษหรือพ้นจากการรอการลงโทษมายังไม่ถึง 1 ปีในวันยื่นคำขอ
7. ไม่มีผู้บริหารหรือผู้ดำเนินงานหรือผู้มีอำนาจทำการแทนขององค์การเอกชนที่เคยมีพฤติกรรมหรือการกระทำตามข้อ 21 (7) (8) มายังไม่ถึง 1 ปีในวันยื่นคำขอ
การให้การศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หมายถึง การอบรมให้ความรู้ การจัดประชุมสัมมนา การจัดเวทีเสวนา การรณรงค์เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ เกี่ยวกับประชาธิปไตย การเมืองการปกครอง รัฐธรรมนูญ การเลือกตั้ง ระบบพรรคการเมือง การปกครองท้องถิ่น แก่ประชาชนโดยทั่วไป
การส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน หมายถึง การส่งเสริมให้ประชาชนจัดกิจกรรม จัดตั้งกลุ่ม องค์กร เครือข่าย ให้เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองและการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา และการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
การช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้ง หมายถึง การรับแจ้งเหตุ การสำรวจค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง การสอดส่องและการสังเกตการณ์การเลือกตั้ง เพื่อป้องกันการทุจริตในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น แล้วแต่กรณี
การรับแจ้งเหตุ หมายถึง การรับแจ้งเหตุการณ์จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัคร พรรคการเมือง อาสาสมัคร หรือบุคคลใด ในเรื่องเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้สมัคร พรรคการเมือง อาสาสมัคร หรือบุคคลใด กระทำการอันอาจเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2550 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 หรือกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
การสำรวจค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง หมายถึง การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของผู้สมัครแต่ละคนที่ใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น แล้วแต่กรณี และค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครแต่ละพรรคที่ใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
การสอดส่องและสังเกตการณ์เพื่อป้องกันการทุจริต หมายถึง การสอดส่องเพื่อป้องกันการทุจริตในการเลือกตั้ง การสังเกตการณ์การหาเสียงของผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือบุคคลใดในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น แล้วแต่กรณี การสอดส่องเพื่อป้องกันการทุจริตการลงคะแนน การนับคะแนน และการประกาศผลการนับคะแนน ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น แล้วแต่กรณี
อาสาสมัคร หมายถึง อาสาสมัครขององค์การเอกชนที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ประกอบด้วย
1. อาสาสมัครรับแจ้งเหตุ ซึ่งมีอักษรย่อว่า อสจ.
2. อาสาสมัครสำรวจค่าใช้จ่ายการเลือกตั้ง ซึ่งมีอักษรย่อว่า อสช.
3. อาสาสมัครสังเกตการณ์การเลือกตั้ง ซึ่งมีอักษรย่อว่า อสส.
ผู้ประสานงานอาสาสมัคร หมายถึง อาสาสมัครขององค์การเอกชน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและสนับสนุนการปฏิบัติงานของอาสาสมัครที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ประกอบด้วย
1. ผู้ประสานงานอาสาสมัครรับแจ้งเหตุ ซึ่งมีอักษรย่อว่า ปอจ.
2. ผู้ประสานงานอาสาสมัครสำรวจค่าใช้จ่ายการเลือกตั้ง ซึ่งมีอักษรย่อว่า ปอช.
3. ผู้ประสานงานอาสาสมัครสังเกตการณ์การเลือกตั้ง ซึ่งมีอักษรย่อว่า ปอส.
คุณสมบัติผู้ประสานงานและอาสาสมัคร
1. มีสัญชาติไทย แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
2. ผู้ประสานงานอาสาสมัครต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และอาสาสมัครต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ในวันเสนอโครงการ
3. มีความเป็นกลางทางการเมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
4. ไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง
การยื่นคำขอรับรองเป็นองค์การเอกชน
- การยื่นคำขอขององค์การเอกชนที่เป็นนิติบุคคล ต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้
- หนังสือรับรอง หรือหนังสือสำคัญแสดงความเป็นนิติบุคคล
- ตราสารหรือข้อบังคับ หรือระเบียบขององค์การเอกชน
- บัญชีรายชื่อบุคคลซึ่งเป็นผู้แทนหรือผู้บริหารขององค์การเอกชน ที่อยู่ พร้อมทั้งประวัติของบุคคลดังกล่าว
- รายงานผลการดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ในรอบปีที่ผ่านมา
- รายงานทางการเงินในรอบปีที่ผ่านมา
- รายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารขององค์การเอกชนหรือบันทึกข้อตกลงของผู้บริหารองค์การเอกชน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความประสงค์ที่จะขอรับการรับรอง
- การยื่นคำขอขององค์การเอกชนที่ไม่เป็นนิติบุคคล ต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้
- ตราสาร หรือข้อบังคับ หรือระเบียบขององค์การเอกชน
- บัญชีรายชื่อบุคคลซึ่งเป็นกรรมการหรือผู้บริหารขององค์การเอกชน ที่อยู่พร้อมทั้งประวัติของบุคคล
- รายงานผลการดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ขององค์การเอกชนในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งประธานกรรมการหรือหัวหน้าผู้บริหารองค์การเอกชนให้คำรับรอง
- รายงานทางการเงินในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งประธานกรรมการหรือหัวหน้าผู้บริหารองค์การเอกชนให้คำรับรอง
- รายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารขององค์การเอกชนหรือบันทึกข้อตกลงของผู้บริหารองค์การเอกชนซึ่งแสดงให้เห็นถึงความประสงค์ที่จะขอรับการรับรอง
หมายเหตุ
- หนังสือรับรององค์การเอกชนที่เป็นนิติบุคคลให้มีอายุคราวละสี่ปี
- หนังสือรับรององค์การเอกชนที่ไม่เป็นนิติบุคคลให้มีอายุคราวละสองปี
-------------------------------------------------------------------------------
ทะเบียนรับรององค์การเอกชน
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสงขลา
ที่
|
ชื่อองค์การเอกชน |
ผู้มีอำนาจทำการแทน |
เบอร์โทรศัพท์ |
การรับรอง |
| 1 |
สมาพันธ์วิทยุอาสา
เพื่อประชาธิปไตย |
 |
081-959-3339 |
25 เม.ย.54-24 เม.ย.56 |
| |
ที่ตั้ง สนง.
เลขที่ 6/26
หมู่ที่ 4 ต.คลองแห
อ.หาดใหญ่
จ.สงขลา 90110 |
ว่าที่ร้อยตรีประสิทธิ์ พรหมดำ
|
|
|
*** ดาวโหลด ระเบียบ กกต.ว่าด้วย ออช.

|