คำว่า “สมานฉันท์” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 แปลว่า ความพอใจร่วมกันหรือความเห็นพ้องกัน ซึ่งตรงกับวัตถุประสงค์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ทำโครงการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ ก็เพื่อให้พี่น้องประชาชนไม่แตกแยกกัน ไม่โกรธเคืองกัน ไม่ร้องเรียนกันโดยไม่รู้ข้อกฎหมายหรือสำคัญผิดในข้อเท็จจริงว่าการกระทำของผู้สมัครหรือผู้สนับสนุนบางอย่างที่ถูกร้องไปนั้นไม่ผิดกฎหมายตามที่ร้องเรียนเสมอไป เมื่อร้องเรียนไปแล้วก็เกิดความแตกแยกเกิดขึ้น ญาติพี่น้องโกรธเคืองกันซึ่งพบเห็นบ่อยมากในการเลือกตั้งท้องถิ่น ฉะนั้น จึงจำเป็นต้องให้ทุกฝ่ายมีความร่วมมือสร้างความสมานฉันท์ หรือระงับข้อพิพาทและลดความแตกแยกในสังคม ความเป็นมาและความสำคัญ จากการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นที่ผ่านมาได้มีการร้องเรียน/ร้องคัดค้านการเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ผู้ร้องสำคัญผิดในข้อกฎหมายหรือสำคัญผิดในข้อเท็จจริง วิธีการไม่สุจริต นำไปสู่บางเรื่องผู้ร้องไม่ทราบข้อกฎหมาย บางเรื่องมีผู้กลั่นแกล้งผู้สมัคร หรือบางเรื่อง ผู้สมัครหาเสียงด้วยการสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณและประชาชนเบื่อหน่าย ขาดความเชื่อถือในกระบวนการการเลือกตั้ง ก่อให้เกิดความแตกแยกในท้องถิ่นแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย ขาดความสามัคคีที่จะร่วมกันพัฒนาสังคมโดยส่วนรวม จึงจำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันสร้างความสมานฉันท์ ซึ่งกระบวนการสร้างความสมานฉันท์ คือ กระบวนการระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียน/ร้องคัดค้าน การเลือกตั้งด้วยความเข้าใจและความพอใจของคู่กรณีโดยมุ่งหวังที่จะลดความแตกแยกในสังคม ดังนั้น จึงได้มีระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ พ.ศ.๒๕๕๐ ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ โดยกำหนดแนวทางในการดำเนินการไว้ ๒ ประการ คือ การสร้างความรู้ความเข้าใจ และกระบวนการสร้างความสมานฉันท์ โดยการจัดอบรมให้ความรู้และสร้างความเป็นมิตรระหว่างผู้สมัคร ผู้สนับสนุนและบุคคลผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้ง หากปรากฏว่ามีเรื่องร้องเรียน/ร้องคัดค้านการเลือกตั้งที่สำคัญผิดในข้อกฎหมายหรือสำคัญผิดในข้อเท็จจริงก็เข้าสู่กระบวนการสร้างความสมานฉันท์ ***ดาวโหลด คู่มือการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น