สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอุบลราชธานี
OFFICE OF PROVINCE ELECTION COMMISSION OF UBONRATCHATHANI
เมนูหลัก
หน้าแรก
ข้อมูลพื้นฐาน(About Us)
โครงสร้าง อำนาจหน้าที่ของ กกต.จว. และ สนง.กกต.จว.
บุคลากร (กกต.จว. และ พนง.กกต.จว.)
ที่ตั้งและหมายเลขโทรศัพท์
ประวัติ ความเป็นมาของ สนง.กกต.จว.
ทำเนียบ กกต.จว./ผอ.กต.จว.
ข้อมูลทางการปกครอง
แผนที่จังหวัด
อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน และ อปท.
จำนวนประชากรและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
งานจัดการเลือกตั้ง
การเลือกตั้ง ส.ส.
- การแบ่งเขตเลือกตั้ง
- กระบวนการเลือกตั้ง
- หน่วยเลือกตั้ง/หน่วยเลือกตั้งกลาง
การเลือกตั้ง ส.ว.
- กระบวนการเลือกตั้ง
- หน่วยเลือกตั้ง/หน่วยเลือกตั้งกลาง
การเลือกตั้งท้องถิ่น
- การแบ่งเขตเลือกตั้ง
- กระบวนการเลือกตั้ง
- หน่วยเลือกตั้ง
- ประกาศผลการเลือกตั้งท้องถิ่น
การถอดถอน ผถ./สถ.
การออกเสียงประชามติ
การร้องคัดค้าน
สถิติข้อมูล
การเลือกตั้ง
พรรคการเมืองและสาขาพรรคการเมือง
งานการมีส่วนร่วมฯ
อชช.
ลูกเสืออาสา กกต.
การให้การศึกษา, เครือข่าย, วิทยากร, การอบรม 4 ช่วงชั้น
ดีเจประชาธิปไตย
การเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์
ทำเนียบ
ส.ส.
ส.ว.
สถ./ผถ.
สื่อประชาสัมพันธ์และเผยแพร่
แบบฟอร์ม
สื่อสิ่งพิมพ์
สื่อมัลติมีเดีย
ปฏิทินการเลือกตั้ง
ข่าว&กิจกรรมของ กกต.จว.
ประกาศประกวดราคา
คำวินิจฉัย และคำสั่งศาล
สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี
ถาม-ตอบ
ติดต่อเรา
ปฏิทิน
พฤษภาคม 2556
อา
จ
อ
พ
พฤ
ศ
ส
1
2
3
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
31
กระบวนการเลือกตั้ง
การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา
ที่มาของสมาชิกวุฒิสภา
สมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. ทั้งประเทศมีจำนวน 150 คน ดำรงตำแหน่งได้คราวละ 6 ปี โดยห้ามเป็น 2 วาระติดต่อกัน มีที่มา 2 แบบ คือ มาจากการเลือกตั้ง และการสรรหา
ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้ง
- มีจำนวน 76 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนในแต่ละเขตจังหวัด ๆ ละ 1 คน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเลือกผู้สมัครได้เพียงหมายเลขเดียว ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดจะได้รับเลือกเป็น ส.ว. ของแต่ละจังหวัด
ส.ว. ที่มาจากการสรรหา
- มีจำนวน 74 คน ซึ่งคณะกรรมการสรรหาจะดำเนินการสรรหา ส.ว. จำนวนดังกล่าวจากผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจากองค์กรต่าง ๆ ในภาควิชาการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาชีพและภาคอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของวุฒิสภา
คณะกรรมการสรรหา
1. ประธานศาลรัฐธรรมนูญ
2. ประธานกรรมการการเลือกตั้ง
3. ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน
4. ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
5. ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
6. ผู้พิพากษาในศาลฎีกาที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามอบหมาย
7. ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดที่ที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดมอบหมาย
กระบวนการสรรหามีความโปร่งใส
- มติในการสรรหาต้องลงคะแนนโดยเปิดเผย
- ต้องมีคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสรรหาเท่าที่มีอยู่
- ผลการพิจารณาสรรหาของคณะกรรมการสรรหาให้ถือเป็นที่สุด
กระบวนการสรรหา ส.ว.
- กกต.ประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดวันสรรหา (2 มกราคม 2551)
- กกต.ให้องค์กรต่าง ๆ ในภาควิชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาชีพและภาคอื่น ๆ ลงทะเบียนพร้อมเสนอชื่อผู้สมควรได้รับการสรรหาเป็น ส.ว. ภายใน 15 วัน (3-17 มกราคม 2551)
- คณะกรรมการสรรหาพิจารณาภายใน 30 วัน ผลการพิจารณาสรรหาให้ถือเป็นที่สุด
- กกต.ประกาศผลการสรรหาและแจ้งผลไปยังประธานรัฐสภาเพื่อทราบและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
หน้าที่ของ ส.ว.
- กลั่นกรองกฎหมาย ที่ผ่านการพิจารณาของ ส.ส.
- ตรวจสอบและควบคุม การบริหารราชการแผ่นดิน
- ให้ความเห็นชอบบุคคล ดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
- มีสัญชาติไทย ถ้าแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
- อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคม ของปีที่มีการเลือกตั้ง(เกิดก่อนในวันที่ 3 มกราคม 2533)และ
- มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันเลือกตั้ง(ก่อนวันที่ 4 ธันวาคม 2550)
ลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
- เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช
- อยู่ในระหว่างเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
- ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาล หรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
การลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด
ผู้ที่อาศํยหรือทำงานอยู่คนละจังหวัดกับทะเบียนบ้านของตนหรือผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านปัจจุบันไม่ถึง 90 วัน สามารถใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ว. ล่วงหน้าได้ ณ ที่เลือกตั้งกลางของจังหวัดที่ท่านทำงานหรืออาศัยอยู่ได้ โดยไม่ต้องเดินทางกลับบ้าน แต่ต้องยื่นคำขอลงทะเบียนตั้งแต่วบัดนี้ ถึงวันที่ 31 มกราคม 2551
การยื่นคำขอเพื่อลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า
- ขอรับแบบคำขอลงทะเบียนและยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นในจังหวัดที่ท่านอาศัยอยู่ด้วยตนเองหรือ ส่งทางไปรษณีย์ (ควรส่งก่อนวันที่ 23 มกราคม 2551) หรือมอบหมายผู้อื่นไปยื่นแทน
- แนบหลักฐาน ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรที่มีรูปถ่าย ซึ่งทางราชการออกให้และมีหมายเลขประจำตัวประชาชน พร้อมรับรองสำเนา
- ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด ณ ที่เลือกตั้งกลางของจังหวัด ในวันที่...เดือน..พ.ศ...
ข้อควรจำ สำหรับการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด
1. ผู้ที่ขอลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. ล่วงหน้านอกเขตจังหวัดไว้เพื่อขอใช้สิทธิเลือกตั้งเมื่อวันที่ 15 - 16 ธันวาคม 2550 ที่ผ่านมา จะกลับไปใช้สิทธิลงคะแนนในห่วยเลือกตั้งเดิมในเขตเลือกตั้งที่มีสิทธิเลือกตั้งไมได้จนกว่าจะขอเปลี่ยนแปลงการลงทะเบียนกลับที่เดิม
2. วันเลือกตั้ง ส.ว. 2 มีนาคม 2551 หากท่านต้องการกลับไปลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้งที่มีสิทธิเลือกตั้งตามทะเบียนบ้านหรือต้องการเปลี่ยนแปลงที่ลงคะแนนเดิมที่ลงทะเบียนไว้ต้องขอยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นภายในวันที่ 31 มกราคม 2551
3.ผู้ที่เคยยื่นคำขอลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. ล่วงหน้า เมื่อวันที่ 15 - 16 ธันวาคม 2550 หากประสงค์ที่จะใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ว. ล่วงหน้าที่เดิมสามารถไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 23 - 24 กุมภาพันธ์ 2551 ได้ไม่ต้องยื่นคำขอลงทะเบียนล่วงหน้าอีก
การลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง
ผู้ทีอาศัยอยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่มีการเลือกตั้ง แต่ในวันที่ 2 มีนาคม 2551 จะต้องเดินทางออกนอกเขตเลือกตั้ง(จังหวัด) ทำให้ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ บุคคลดังกล่าวสามารถไปขอลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ว. ล่วงหน้าในวันที่ 23 - 24 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 08.00 - 17.00 น. ได้ ณ ที่เลือกตั้งกลางในเขตเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิเลือกตั้ง (จะมีอยู่ทุกอำเภอ ๆ ละ 1 แห่ง )โดยไม่ต้องยื่นคำขอลงทะเบียน
การเตรียมตัวไปเลือกตั้ง ส.ว.
การตรวจสอบรายชื่อ
-ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20 วัน
(วันสุดท้าย 10 กุมภาพันธ์ 2551) ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ที่ศาลากลางจังหวัดที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการเขต สำนักงานเทศบาล ที่ทำการ อบต. ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน เขตชุมชน หรือที่ตั้งของหน่วยเลือกตั้ง
- ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 15 วัน
(วันสุดท้าย 15 กุมภาพันธ์ 2551) เจ้าบ้านจะได้รับหนังสือที่แจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ส.ว.11) ผู้ที่อยู่ในทะเบียนบ้าน เพื่อให้ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล และที่เลือกตั้ง
การเพิ่ม-ถอนชื่อ
ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน(วันสุดท้าย 20 กุมภาพันธ์ 2551) หากเห็นว่าไม่มีชื่อตนเองหรือมีชื่อผู้ไมมีสิทธิเลือกตั้งปรากฏอยู่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ให้แจ้งนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น โดยนำหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวอื่นใดที่ทางราชการออกให้ไปแสดงด้วย
การแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
ก่อนและหลังวันเลือกตั้ง 7 วัน (24 กุมภาพันธ์ - 9 มีนาคม 2551) ขอรับแบบ ส.ว.28 หรือทำหนังสือชี้แจงเหตุที่ทำให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ได้ และให้ระบุเลขประจำตัวประชาชนและที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ยื่นหนังสือต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นที่ท่านมีทะเบียนด้วยตนเองหรือมอบหมายผู้อื่นหรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
เหตุที่ทำให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ได้
- ผู้มีกิจธุระจำเป็นเร่งด่วนต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกล
- ผู้ป่วยและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
- ผู้พิการหรือผู้สูงอายุและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
- ผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร
- ผู้มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากที่เลือกตั้งเกินกว่า 100 กิโลเมตร
- ผู้ประสบเหตุสุดวิสัย เช่น อุทกภัย วาตภัย ฯลฯ
ไม่ไปเลือกตั้ง ส.ว. เสียสิทธิอะไรบ้าง
ผู้ที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและไม่ได้แจ้งเหตุอันสมควร จะเสียสิทธิ 3 ประการ ดังนี้
1. สิทธิร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว.
2.สิทธิสมัครรับเลือกตั้งและสิทธิได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็น ส.ส. และ ส.ว. สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
3. สิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนัน และผู้ใหญ่บ้าน
สิทธิที่เสียไปจะได้คืนมาอย่างไร
สิทธิทั้ง 3 ประการ จะได้กลับคืนมา เมื่อไปใช้สิทธิการเลือกตั้งอย่างใดอย่างหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สมาชิกสภาท้องถิ่น (ส.ถ.) หรือผู้บริหารท้องถิ่น (ผ.ถ.)
หลักฐานที่ใช้ในการเลือกตั้ง ส.ว.
- บัตรประชาชน (บัตรที่หมดอายุก็ใช้ได้)
-บัตรหรือหลักฐานที่ราชการหรือหน่วยงานของรัฐออกให้มีรูปถ่ายและหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน เช่น บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ ใบขับขี่ หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
การอำนวยความสะดวกผู้พิการที่มีสิทธิเลือกตั้ง
คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้จัดให้มีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง เป็นผู้อำนวยความสะดวกให้ผู้พิการใช้สิทธิเลือกตั้งได้สะดวกขึ้นโดยช่วยเหลือในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งการช่วยเหลือนั้นต้องให้ผู้พิการได้ลงคะแนนด้วยตนเองด้วย เช่น จัดให้มีบัตรทาบในการลงคะแนนของผู้พิการทางสายตา อำนวยความสะดวกในการหย่อนบัตรลงในหีบบัตรเลือกตั้ง ฯลฯ
ขั้นตอนการลงคะแนนเลือกตั้ง
1. ตรวจสอบรายชื่อ ลำดับที่จากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและข้อมูลผู้สมัคร ส.ว. ที่ประกาศไว้หน้าหน่วยเลือกตั้ง
2. แสดงตนลงคะแนน ยื่นบัตรประจำตัวประชาชนและลงลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
3. ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือขวาบนต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง พร้อมรับบัตรเลือกตั้ง 1 ใบ
4. เข้าคูหาลงคะแนน
5. หย่อนบัตรเลือกตั้งลงในหีบบัตรเลือกตั้ง
การเลือกตั้ง ส.ว. ครั้งนี้ ผู้สมัคร ส.ว. สามารถหาเสียงเลือกตั้งได้ แต่เฉพาะที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานในหน้าที่ของ ส.ว. เท่านั้น เพื่อให้ประชาชนรู้จักและทราบวัตถุประสงค์ เจตนารมณ์ของผู้สมัคร รวมทั้งได้รู้ว่าเมื่อได้รับการเลือกตั้งแล้วจะไปทำหน้าที่ให้เกิดประโยชน์กับบ้านเมืองได้อย่างไรบ้าง
ผู้สมัคร ส.ว. ที่ควรเลือกควรมีลักษณะ เช่น
มีประวัติการทำงานหรือผลงานที่ผ่านมาดีและเป็นที่ยอมรับ
มีคุณธรรม จริยธรรม และรู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวม
มีความซื่อสัตย์และสุจริต
เคารพกฎหมาย ระเบียบและกติกาของบ้านเมือง
มีการหาเสียง โดยไม่ทำผิดกฎหมาย
ได้รับความเชื่อถือ และเป็นที่เคารพประชาชนในจังหวัด
เป็นแบบอย่างของการรู้จักรักษาระโยชน์ของส่วนรวม
ไม่ถูกครอบงำจากพรรคการเมืองหรือนักการเมืองใด
เมื่อเสร็จสิ้นการลงคะแนนแล้ว คณะกรรมการปรำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.)จะทำหน้าที่ในการนับคะแนน ณ ที่เลือกตั้งของแต่ละหน่วยเลือกตั้งโดยเปิดเผย และประกาศผลการนับคะแนนไว้ ณ ที่เลือกตั้ง พร้อมรายงานผลการนับคะแนนต่อคณะกรรมการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง (จังหวัด) แล้วรายงานผลการรวมคะแนนของเขตเลือกตั้ง (จังหวัด) ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อประกาศและรับรองผลการเลือกตั้ง
ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัคร ยื่นคัดค้านต่อ กกต. โดย
ก่อนวันประกาศผลการเลือกตั้ง หรือภายใน
30 วัน
นับแต่วันการประกาศการเลือกตั้ง กรณีเห็นว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น เป็นไปโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ภายใน
180 วัน
นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง กรณีเห็นว่าผู้สมัครใดใช้จ่ายเงินในการหาเสียงเกินจำนวนที่ กกต. กำหนด หรือผู้สมัครไม่ยื่นบัญชีรายรับ-รายจ่าย ภายใน 90 วัน หลังวันเลือกตั้ง
เมื่อพบเห็นการทุจริตเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการแจกเงิน สิ่งของ หรือมีการเรียกรับเงิน หรือทรัพย์สิน ให้ช่วยกันแจ้งเบาะแส หรือรวบรวมหลักฐานการทุจริตแจ้งต่อตำรวจในพื้นที่แจ้งต่อ กกต.จังหวัด หรือรายงานให้ กกต. ทราบ
ด้วยตนเอง
ทางโทรศัพท์หมายเลข
0-2219-2921
ทางโทรสารหมายเลข
0-2219-2791
ห้ามซื้อเสียงหรือจัดเตรียมซื้อเสียง
ห้ามรับเงินหรือผลประโยชน์อื่นใด เพื่อลงคะแนนเลือกตั้ง
ห้ามหาเสียงและห้ามขายหรือจัดเลี้ยงสุรา ตั้งแต่ 18.00 น. ของวันก่อนเลือกตั้งจนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง
ห้ามนายจ้างขัดขวางการไปใช้สิทธิของลูกจ้าง
ห้ามขัดขวางหรือหน่วงเหนี่ยวมิให้ผู้มีสิทธิไปเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้ง
ห้ามจัดยานพาหนะ (ยกเว้นหน่วยงานของรัฐ) ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปเลือกตั้งโดยไม่เสียค่าโดยสาร
ห้ามทำบัตรเลือกตั้งชำรุดอย่างจงใจ
ห้ามถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ตนเองได้ลงคะแนนแล้ว ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดๆ
ห้ามมิให้ผู้ที่รู้ว่าตนเป็นผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง พยายามลงคะแนนเลือกตั้ง
ห้ามจงใจทำเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกตไว้ที่บัตรเลือกตั้ง
ห้ามเปิดเผยหรือเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ในระหว่างเวลา 7 วัน ก่อนวันเลือกตั้งจนถึงเวลาปิดการลงคะแนนเลือกตั้ง
ห้ามเล่นการพนันขันต่อใดๆ เกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง
เอกสารแนะนำตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ส่งถึงเจ้าบ้านพร้อมหนังสือแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปยังเจ้าบ้าน
ป้ายประกาศหาเสียงผู้สมัคร ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานเทศบาล
เวปไซด์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
www.ect.go.th
การจัดเวทีหาเสียงตามสถานที่ต่างๆ
โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ ฯลฯ
ผู้เยี่ยมชมวันนี้
17
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด
46,275