สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอุบลราชธานี
OFFICE OF PROVINCE ELECTION COMMISSION OF UBONRATCHATHANI


 
 
ECT Intranet
เว็บไซต์สำนักงาน กกต.ทั่วประเทศ
ตรวจสอบสมาชิกพรรคการเมือง
ลูกเสืออาสา กกต.
แจ้งเบาะแส
รับเรื่องราวร้องทุกข์
เครื่องลงคะแนนเลือกตั้ง
กองทุนพรรคการเมือง
สถาบันพัฒนาการเมือง
ห้องสมุดอิเล้กทรอนิกส์
ศูนย์ศึกษาประชาธิปไตย
กรมอาเซียน
องค์กรอิสระ
สหกรณ์ออมทรัพย์องค์กรอิสระ
 
 

กระบวนการเลือกตั้ง

 การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา
ที่มาของสมาชิกวุฒิสภา

สมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. ทั้งประเทศมีจำนวน  150 คน ดำรงตำแหน่งได้คราวละ 6 ปี โดยห้ามเป็น 2 วาระติดต่อกัน   มีที่มา 2 แบบ คือ มาจากการเลือกตั้ง และการสรรหา

ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้ง
- มีจำนวน 76 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนในแต่ละเขตจังหวัด ๆ ละ 1 คน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเลือกผู้สมัครได้เพียงหมายเลขเดียว ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดจะได้รับเลือกเป็น ส.ว. ของแต่ละจังหวัด

ส.ว. ที่มาจากการสรรหา
- มีจำนวน 74 คน ซึ่งคณะกรรมการสรรหาจะดำเนินการสรรหา ส.ว. จำนวนดังกล่าวจากผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจากองค์กรต่าง ๆ ในภาควิชาการ  ภาครัฐ  ภาคเอกชน  ภาควิชาชีพและภาคอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของวุฒิสภา

คณะกรรมการสรรหา
1. ประธานศาลรัฐธรรมนูญ
2. ประธานกรรมการการเลือกตั้ง
3. ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน
4. ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
5. ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
6. ผู้พิพากษาในศาลฎีกาที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามอบหมาย
7. ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดที่ที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดมอบหมาย

กระบวนการสรรหามีความโปร่งใส
- มติในการสรรหาต้องลงคะแนนโดยเปิดเผย
- ต้องมีคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสรรหาเท่าที่มีอยู่
- ผลการพิจารณาสรรหาของคณะกรรมการสรรหาให้ถือเป็นที่สุด

กระบวนการสรรหา ส.ว.
- กกต.ประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดวันสรรหา (2 มกราคม 2551)
- กกต.ให้องค์กรต่าง ๆ ในภาควิชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาชีพและภาคอื่น ๆ ลงทะเบียนพร้อมเสนอชื่อผู้สมควรได้รับการสรรหาเป็น ส.ว. ภายใน 15 วัน (3-17 มกราคม 2551)
- คณะกรรมการสรรหาพิจารณาภายใน 30 วัน ผลการพิจารณาสรรหาให้ถือเป็นที่สุด
- กกต.ประกาศผลการสรรหาและแจ้งผลไปยังประธานรัฐสภาเพื่อทราบและประกาศในราชกิจจานุเบกษา

หน้าที่ของ ส.ว.
- กลั่นกรองกฎหมาย ที่ผ่านการพิจารณาของ ส.ส.
- ตรวจสอบและควบคุม การบริหารราชการแผ่นดิน
- ให้ความเห็นชอบบุคคล ดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
- มีสัญชาติไทย ถ้าแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
- อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคม ของปีที่มีการเลือกตั้ง(เกิดก่อนในวันที่ 3 มกราคม 2533)และ
- มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันเลือกตั้ง(ก่อนวันที่ 4 ธันวาคม 2550)

ลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
- เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช
- อยู่ในระหว่างเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
- ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาล หรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

การลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด
ผู้ที่อาศํยหรือทำงานอยู่คนละจังหวัดกับทะเบียนบ้านของตนหรือผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านปัจจุบันไม่ถึง 90 วัน สามารถใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ว. ล่วงหน้าได้ ณ ที่เลือกตั้งกลางของจังหวัดที่ท่านทำงานหรืออาศัยอยู่ได้  โดยไม่ต้องเดินทางกลับบ้าน แต่ต้องยื่นคำขอลงทะเบียนตั้งแต่วบัดนี้ ถึงวันที่ 31 มกราคม 2551

การยื่นคำขอเพื่อลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า
- ขอรับแบบคำขอลงทะเบียนและยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นในจังหวัดที่ท่านอาศัยอยู่ด้วยตนเองหรือ ส่งทางไปรษณีย์ (ควรส่งก่อนวันที่ 23 มกราคม 2551) หรือมอบหมายผู้อื่นไปยื่นแทน
- แนบหลักฐาน ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรที่มีรูปถ่าย ซึ่งทางราชการออกให้และมีหมายเลขประจำตัวประชาชน พร้อมรับรองสำเนา
- ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด ณ ที่เลือกตั้งกลางของจังหวัด ในวันที่...เดือน..พ.ศ...

ข้อควรจำ สำหรับการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด
1. ผู้ที่ขอลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. ล่วงหน้านอกเขตจังหวัดไว้เพื่อขอใช้สิทธิเลือกตั้งเมื่อวันที่ 15 - 16 ธันวาคม 2550 ที่ผ่านมา จะกลับไปใช้สิทธิลงคะแนนในห่วยเลือกตั้งเดิมในเขตเลือกตั้งที่มีสิทธิเลือกตั้งไมได้จนกว่าจะขอเปลี่ยนแปลงการลงทะเบียนกลับที่เดิม
2. วันเลือกตั้ง ส.ว. 2 มีนาคม 2551 หากท่านต้องการกลับไปลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้งที่มีสิทธิเลือกตั้งตามทะเบียนบ้านหรือต้องการเปลี่ยนแปลงที่ลงคะแนนเดิมที่ลงทะเบียนไว้ต้องขอยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นภายในวันที่ 31 มกราคม 2551
3.ผู้ที่เคยยื่นคำขอลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. ล่วงหน้า เมื่อวันที่ 15 - 16 ธันวาคม 2550 หากประสงค์ที่จะใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ว. ล่วงหน้าที่เดิมสามารถไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 23 - 24 กุมภาพันธ์ 2551 ได้ไม่ต้องยื่นคำขอลงทะเบียนล่วงหน้าอีก

การลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง
ผู้ทีอาศัยอยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่มีการเลือกตั้ง   แต่ในวันที่ 2 มีนาคม  2551 จะต้องเดินทางออกนอกเขตเลือกตั้ง(จังหวัด) ทำให้ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ บุคคลดังกล่าวสามารถไปขอลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ว. ล่วงหน้าในวันที่ 23 - 24 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 08.00 - 17.00 น. ได้ ณ ที่เลือกตั้งกลางในเขตเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิเลือกตั้ง (จะมีอยู่ทุกอำเภอ ๆ ละ 1 แห่ง )โดยไม่ต้องยื่นคำขอลงทะเบียน

การเตรียมตัวไปเลือกตั้ง ส.ว.
การตรวจสอบรายชื่อ
-ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20 วัน
(วันสุดท้าย 10 กุมภาพันธ์ 2551) ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ที่ศาลากลางจังหวัดที่ว่าการอำเภอ  ที่ทำการเขต  สำนักงานเทศบาล  ที่ทำการ อบต. ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน  เขตชุมชน หรือที่ตั้งของหน่วยเลือกตั้ง
- ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 15 วัน (วันสุดท้าย 15 กุมภาพันธ์ 2551)  เจ้าบ้านจะได้รับหนังสือที่แจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ส.ว.11)  ผู้ที่อยู่ในทะเบียนบ้าน เพื่อให้ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล และที่เลือกตั้ง

การเพิ่ม-ถอนชื่อ
ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน(วันสุดท้าย 20 กุมภาพันธ์ 2551) หากเห็นว่าไม่มีชื่อตนเองหรือมีชื่อผู้ไมมีสิทธิเลือกตั้งปรากฏอยู่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ให้แจ้งนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น โดยนำหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวอื่นใดที่ทางราชการออกให้ไปแสดงด้วย

การแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
ก่อนและหลังวันเลือกตั้ง 7 วัน (24 กุมภาพันธ์ - 9 มีนาคม 2551)  ขอรับแบบ ส.ว.28 หรือทำหนังสือชี้แจงเหตุที่ทำให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ได้  และให้ระบุเลขประจำตัวประชาชนและที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ยื่นหนังสือต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นที่ท่านมีทะเบียนด้วยตนเองหรือมอบหมายผู้อื่นหรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน

เหตุที่ทำให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ได้
- ผู้มีกิจธุระจำเป็นเร่งด่วนต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกล
- ผู้ป่วยและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
- ผู้พิการหรือผู้สูงอายุและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
- ผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร
- ผู้มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากที่เลือกตั้งเกินกว่า 100 กิโลเมตร
- ผู้ประสบเหตุสุดวิสัย  เช่น อุทกภัย  วาตภัย ฯลฯ

ไม่ไปเลือกตั้ง ส.ว. เสียสิทธิอะไรบ้าง
ผู้ที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและไม่ได้แจ้งเหตุอันสมควร จะเสียสิทธิ 3 ประการ ดังนี้
1. สิทธิร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว.
2.สิทธิสมัครรับเลือกตั้งและสิทธิได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็น ส.ส. และ ส.ว. สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
3. สิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนัน และผู้ใหญ่บ้าน

สิทธิที่เสียไปจะได้คืนมาอย่างไร
สิทธิทั้ง 3 ประการ จะได้กลับคืนมา เมื่อไปใช้สิทธิการเลือกตั้งอย่างใดอย่างหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สมาชิกสภาท้องถิ่น (ส.ถ.)  หรือผู้บริหารท้องถิ่น (ผ.ถ.)

หลักฐานที่ใช้ในการเลือกตั้ง ส.ว.
- บัตรประชาชน (บัตรที่หมดอายุก็ใช้ได้)
-บัตรหรือหลักฐานที่ราชการหรือหน่วยงานของรัฐออกให้มีรูปถ่ายและหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน เช่น  บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ  ใบขับขี่  หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)


การอำนวยความสะดวกผู้พิการที่มีสิทธิเลือกตั้ง
คณะกรรมการการเลือกตั้ง  ได้จัดให้มีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง  เป็นผู้อำนวยความสะดวกให้ผู้พิการใช้สิทธิเลือกตั้งได้สะดวกขึ้นโดยช่วยเหลือในเรื่องต่าง ๆ  ซึ่งการช่วยเหลือนั้นต้องให้ผู้พิการได้ลงคะแนนด้วยตนเองด้วย  เช่น จัดให้มีบัตรทาบในการลงคะแนนของผู้พิการทางสายตา  อำนวยความสะดวกในการหย่อนบัตรลงในหีบบัตรเลือกตั้ง ฯลฯ

ขั้นตอนการลงคะแนนเลือกตั้ง
1. ตรวจสอบรายชื่อ  ลำดับที่จากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและข้อมูลผู้สมัคร ส.ว. ที่ประกาศไว้หน้าหน่วยเลือกตั้ง 
2. แสดงตนลงคะแนน  ยื่นบัตรประจำตัวประชาชนและลงลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
3. ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือขวาบนต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง พร้อมรับบัตรเลือกตั้ง 1 ใบ
4. เข้าคูหาลงคะแนน
5. หย่อนบัตรเลือกตั้งลงในหีบบัตรเลือกตั้ง



 
ผู้สมัคร สว หาเสียงได้
 
การเลือกตั้ง ส.ว. ครั้งนี้ ผู้สมัคร ส.ว. สามารถหาเสียงเลือกตั้งได้ แต่เฉพาะที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานในหน้าที่ของ ส.ว. เท่านั้น เพื่อให้ประชาชนรู้จักและทราบวัตถุประสงค์ เจตนารมณ์ของผู้สมัคร รวมทั้งได้รู้ว่าเมื่อได้รับการเลือกตั้งแล้วจะไปทำหน้าที่ให้เกิดประโยชน์กับบ้านเมืองได้อย่างไรบ้าง
 
ผู้สมัคร สว ที่ควรเลือก
 
ผู้สมัคร ส.ว. ที่ควรเลือกควรมีลักษณะ เช่น
         มีประวัติการทำงานหรือผลงานที่ผ่านมาดีและเป็นที่ยอมรับ
         มีคุณธรรม จริยธรรม และรู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวม
         มีความซื่อสัตย์และสุจริต
         เคารพกฎหมาย ระเบียบและกติกาของบ้านเมือง
         มีการหาเสียง โดยไม่ทำผิดกฎหมาย
         ได้รับความเชื่อถือ และเป็นที่เคารพประชาชนในจังหวัด
         เป็นแบบอย่างของการรู้จักรักษาระโยชน์ของส่วนรวม
         ไม่ถูกครอบงำจากพรรคการเมืองหรือนักการเมืองใด
 
การนับคะแนนและการประกาศผล
 
เมื่อเสร็จสิ้นการลงคะแนนแล้ว คณะกรรมการปรำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.)จะทำหน้าที่ในการนับคะแนน ณ ที่เลือกตั้งของแต่ละหน่วยเลือกตั้งโดยเปิดเผย และประกาศผลการนับคะแนนไว้ ณ ที่เลือกตั้ง พร้อมรายงานผลการนับคะแนนต่อคณะกรรมการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง (จังหวัด) แล้วรายงานผลการรวมคะแนนของเขตเลือกตั้ง (จังหวัด) ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อประกาศและรับรองผลการเลือกตั้ง
 
การคัดค้านการเลือกตั้ง  ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัคร ยื่นคัดค้านต่อ กกต. โดย
 
         ก่อนวันประกาศผลการเลือกตั้ง หรือภายใน 30 วัน นับแต่วันการประกาศการเลือกตั้ง กรณีเห็นว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น เป็นไปโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย
         ภายใน 180 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง กรณีเห็นว่าผู้สมัครใดใช้จ่ายเงินในการหาเสียงเกินจำนวนที่ กกต. กำหนด หรือผู้สมัครไม่ยื่นบัญชีรายรับ-รายจ่าย ภายใน 90 วัน หลังวันเลือกตั้ง
 
การมีส่วนร่วมของประชาชน
 
เมื่อพบเห็นการทุจริตเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการแจกเงิน สิ่งของ หรือมีการเรียกรับเงิน หรือทรัพย์สิน ให้ช่วยกันแจ้งเบาะแส หรือรวบรวมหลักฐานการทุจริตแจ้งต่อตำรวจในพื้นที่แจ้งต่อ กกต.จังหวัด หรือรายงานให้ กกต. ทราบ
         ด้วยตนเอง
         ทางโทรศัพท์หมายเลข 0-2219-2921
        
ทางโทรสารหมายเลข 0-2219-2791
 
ข้อห้าม
 
         ห้ามซื้อเสียงหรือจัดเตรียมซื้อเสียง
         ห้ามรับเงินหรือผลประโยชน์อื่นใด เพื่อลงคะแนนเลือกตั้ง
         ห้ามหาเสียงและห้ามขายหรือจัดเลี้ยงสุรา ตั้งแต่ 18.00 น. ของวันก่อนเลือกตั้งจนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง
         ห้ามนายจ้างขัดขวางการไปใช้สิทธิของลูกจ้าง
         ห้ามขัดขวางหรือหน่วงเหนี่ยวมิให้ผู้มีสิทธิไปเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้ง
         ห้ามจัดยานพาหนะ (ยกเว้นหน่วยงานของรัฐ) ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปเลือกตั้งโดยไม่เสียค่าโดยสาร
         ห้ามทำบัตรเลือกตั้งชำรุดอย่างจงใจ
         ห้ามถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ตนเองได้ลงคะแนนแล้ว ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดๆ
         ห้ามมิให้ผู้ที่รู้ว่าตนเป็นผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง พยายามลงคะแนนเลือกตั้ง
         ห้ามจงใจทำเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกตไว้ที่บัตรเลือกตั้ง
         ห้ามเปิดเผยหรือเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ในระหว่างเวลา 7 วัน ก่อนวันเลือกตั้งจนถึงเวลาปิดการลงคะแนนเลือกตั้ง
         ห้ามเล่นการพนันขันต่อใดๆ เกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง
 
ติดตามการหาเสียง
 
         เอกสารแนะนำตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ส่งถึงเจ้าบ้านพร้อมหนังสือแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปยังเจ้าบ้าน
         ป้ายประกาศหาเสียงผู้สมัคร ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานเทศบาล
         เวปไซด์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th
         การจัดเวทีหาเสียงตามสถานที่ต่างๆ
         โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ ฯลฯ


 
 


ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 17
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 46,275