|
การยื่นบัญชีค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
ความสำคัญของค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง
พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งเช่นเดียวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยกำหนดเรื่องการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายไว้ใน มาตรา ๕๕ ว่า ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง ผู้สมัครต้องยื่นบัญชีรายรับรายจ่ายในการเลือกตั้งซึ่งรับรองความถูกต้อง พร้อมทั้งหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริง ฉะนั้นบัญชีรายรับรายจ่ายของผู้สมัคร จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้สามารถตรวจสอบได้ว่าค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครแต่ละคนเป็นอย่างไร ถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ และเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยหรือได้รับแจ้งโดยมีหลักฐานอันสมควรว่า ผู้สมัครผู้ใดใช้จ่ายในการเลือกตั้งเกินจำนวนเงินค่าใช้จ่ายที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประกาศกำหนด หรือในกรณีที่ผู้สมัครผู้ใดไม่ยื่นบัญชีรายรับรายจ่ายในการเลือกตั้ง เป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจออกคำสั่งเพิกถอนผลการเลือกตั้งของผู้ได้รับเลือกตั้งผู้นั้น และให้ดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่สำหรับตำแหน่งที่ว่างได้ เพราะฉะนั้น การจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายของผู้สมัครมีความสำคัญมาก และจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นในหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย ซึ่งนอกจากเป็นประโยชน์ในการนำมาปฏิบัติจริง ๆ ของผู้สมัครเองแล้ว ก็ยังเป็นการส่งเสริมทำให้บรรยากาศของการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรม สมดังเจตนารมณ์ของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
การจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายในการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เริ่มต้นตั้งแต่ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ประกาศให้มีการเลือกตั้ง โดยผู้สมัครจะต้องนำรายการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันประกาศให้มีการเลือกตั้งจนถึงวันเลือกตั้งมาจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย แต่สำหรับในกรณีที่เป็นการเลือกตั้งอันเนื่องจากการครบวาระการดำรงตำแหน่ง ผู้สมัครต้องนำเอารายการค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นภายในหกสิบวันก่อนวันครบวาระการดำรงตำแหน่งมาคิดรวมเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งด้วย และหากในการเลือกตั้งครั้งนั้นมีเหตุให้ต้องมีการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่สำหรับตำแหน่งที่ว่าง ผู้สมัครแต่ละคนต้องใช้จ่ายในการเลือกตั้งใหม่ได้ไม่เกินหนึ่งในสามของจำนวนค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประกาศกำหนด
ผู้สมัครต้องยื่นบัญชีรายรับรายจ่ายในการเลือกตั้งซึ่งรับรองความถูกต้องพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริงต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดได้รับบัญชีและรายงานแสดงรายรับและรายจ่ายแล้ว ให้จัดทำประกาศรายการค่าใช้จ่ายของผู้สมัครแต่ละประเภท พร้อมทั้งให้ปิดประกาศดังกล่าวไว้ ณ สถานที่ดังต่อไปนี้อย่างน้อยแห่งละ ๑ ชุด คือ
- สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
- ศาลากลางจังหวัด
- ที่ทำการอำเภอที่มีการเลือกตั้ง
- ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น
ประเภทค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง
ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งให้ใช้จ่ายได้ตามรายการ ดังนี้
๑. ค่าใช้จ่ายในการสมัครรับเลือกตั้ง
ได้แก่ ค่าสมัครรับเลือกตั้ง ค่ารูปถ่ายที่ใช้ในการสมัครรับเลือกตั้ง ค่าถ่ายเอกสารประกอบหลักฐาน
การสมัครรับเลือกตั้ง ค่าใบรับรองแพทย์ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายในการสมัครรับเลือกตั้ง
๒. ค่าจ้างแรงงาน
ได้แก่ ค่าจ้างอาสาสมัครหาเสียงเลือกตั้ง รวมถึงค่าจ้างแรงงานอื่น ๆ ทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับ
การเลือกตั้งซึ่งไม่ซ้ำซ้อนกับรายการจ่ายในประเภทอื่นและไม่ขัดกับสภาพความเป็นจริงตามสภาพ
ท้องถิ่น เช่น ค่าจ้างอาสาสมัครอยู่ในอัตราตามค่าจ้างแรงงานปกติในท้องถิ่นนั้น
๓. ค่าเช่าและค่าตกแต่งสถานที่
ได้แก่ ค่าเช่าสำนักงานเพื่อเป็นศูนย์รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยมิใช่
สำนักงานที่เป็นที่ทำการปกติ ค่าเช่าสถานที่เพื่อปราศรัยหาเสียง ค่าเช่าสถานที่หรือค่าเช่าพื้นที่
เพื่อติดตั้งป้ายโฆษณา โปสเตอร์ หรือสติ๊กเกอร์โฆษณาหาเสียง และค่าตกแต่งสถานที่รวมถึง
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการตกแต่งสถานที่และที่ใช้เป็นศูนย์รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง
๔. ค่าเช่ายานพาหนะ/ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
ได้แก่ ค่าจ้างเหมารถยนต์ เรือยนต์หรือยานพาหนะอื่น ๆ และค่าน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับพาหนะ
เพื่อการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งตามจำนวนยานพาหนะและจำนวนวันที่กำหนด รวมถึงค่าใช้จ่าย
ในการเดินทางของผู้สมัครรับเลือกตั้งและผู้รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งนั้น
๕. ค่าจัดซื้อหรือค่าเช่าวัสดุและอุปกรณ์สำหรับใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง
ได้แก่ ค่าจัดซื้อหรือเช่าวัสดุและอุปกรณ์สำหรับใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งทั้งในและนอกสำนักงาน
เช่น ค่าจัดซื้อเทปบันทึกเสียง ค่าเช่าเครื่องขยายเสียง แต่ไม่รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ซึ่งใช้ตกแต่ง
สถานที่หรือใช้ในสำนักงานเป็นประจำก่อนมีประกาศให้มีการเลือกตั้งและไม่ซ้ำซ้อนกับรายการ
จ่ายอื่น
๖. ค่าโฆษณาในสื่อต่าง ๆ
ได้แก่ ค่าลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ รวมทั้งสื่ออินเตอร์เน็ต ค่าจัดทำหรือจ้างในการผลิตสื่อ
เพื่อการออกอากาศ เช่น เทปวิทยุกระจายเสียง
๗. ค่าจัดทำป้าย เอกสาร สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการโฆษณาหาเสียง
ได้แก่ ค่าจัดทำป้าย แผ่นปลิว แผ่นพับ โปสเตอร์ สติ๊กเกอร์และเอกสารหรือวัสดุอื่น ๆ ที่มีเป้าหมาย
เพื่อการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งที่มีการระบุชื่อหรือหมายเลขของผู้สมัคร ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการจัด
ทำป้ายให้รวมถึงค่าวัสดุอุปกรณ์ในการจัดทำป้าย ค่าจ้างเขียนป้ายและค่าติดตั้งตามจุดต่าง ๆ
แต่ไม่รวมถึงค่าเช่าสถานที่ที่ใช้ในการติดตั้ง
๘. ค่าสาธารณูปโภคและค่าไปรษณียากร
ได้แก่ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าโทรศัพท์ สำหรับใช้ในศูนย์รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งซึ่งใช้เพื่อการ
เลือกตั้งหรือใช้ในสำนักงานซึ่งเกินกว่ารายจ่ายปกติที่เคยเป็นอยู่ ค่าไปรษณียากรสำหรับจัดส่ง
เอกสารการหาเสียงไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งในราชอาณาจักรและนอกราชอาณาจักร
๙. ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้งที่ไม่ขัดต่อกฎหมายหรือไม่เป็นเหตุให้การเลือกตั้ง
ไม่สุจริต (แยกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ตามที่ผู้สมัครเห็นสมควร) ได้แก่ ค่าใช้จ่ายซึ่งไม่อยู่ในรายการ
ค่าใช้จ่ายตามข้อ ๑-๘ และเป็นรายการจ่ายที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งใช้จ่ายจริงในการเลือกตั้งและ
ไม่เข้าข่ายรายจ่ายในกิจกรรมที่กฎหมายกำหนดห้ามมิให้ผู้สมัครดำเนินการ
การประกาศจำนวนเงินค่าใช้จ่าย
ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง กำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประกาศกำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัคร ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
จำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
(ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดยโสธร)
| ที่ |
ประเภท อปท. |
การเลือกตั้งกรณีครบวาระ
หรือแทนตำแหน่งที่ว่าง |
กรณีการเลือกตั้งใหม่
(ไม่เกิน ๑ ใน ๓) |
| นายก |
สมาชิกสภา |
นายก |
สมาชิกสภา |
| ๑ |
อบจ. |
ไม่เกิน๔,๐๐๐,๐๐๐ |
ไม่เกิน๒๐๐,๐๐๐ |
ไม่เกิน๑,๓๓๓,๓๓๓ |
ไม่เกิน๖๖,๖๖๖ |
| ๒ |
เทศบาลเมือง |
ไม่เกิน๔๕๐,๐๐๐ |
ไม่เกิน๑๕๐,๐๐๐ |
ไม่เกิน๑๕๐,๐๐๐ |
ไม่เกิน๕๐,๐๐๐ |
| ๓ |
เทศบาลตำบล |
ไม่เกิน๓๐๐,๐๐๐ |
ไม่เกิน๑๐๐,๐๐๐ |
ไม่เกิน๑๐๐,๐๐๐ |
ไม่เกิน๓๓,๓๓๓ |
| ๔ |
อบต. |
ไม่เกิน๕๐,๐๐๐ |
ไม่เกิน๒๐,๐๐๐ |
ไม่เกิน๑๖,๖๖๖ |
ไม่เกิน๖,๖๖๖ |
การห้ามผู้สมัครใช้จ่ายเกินจำนวนเงินค่าใช้จ่าย
ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๕๔ วรรคสอง ห้ามมิให้ผู้สมัครใช้จ่ายในการเลือกตั้งเกินจำนวนเงินที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง จำนวนเงินค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้รวมถึงบรรดาเงินที่บุคคลอื่นได้จ่ายหรือรับว่าจะจ่ายแทน และทรัพย์สินที่บุคคลอื่นได้นำมาให้ใช้หรือยกให้โดยไม่คิดค่าตอบแทน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครโดยผู้สมัครรับรู้หรือยินยอมในกรณีที่นำทรัพย์สินมาให้ใช้ ให้คำนวณตามอัตราค่าเช่าหรือค่าตอบแทนตามปกติในท้องที่นั้น
การโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งให้ผู้สมัครโดยบุคคลอื่น
ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๕๔ วรรคสาม บรรดาเงินที่บุคคลอื่นได้ใช้จ่ายในการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งให้ผู้สมัครและผู้สมัครได้รับทราบถึงการกระทำดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่าเป็นจำนวนเงินค่าใช้จ่ายที่ผู้สมัครรับรู้หรือยินยอมตามวรรคสอง เว้นแต่ผู้สมัครจะได้แจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดว่าไม่ยินยอมให้มีการกระทำเช่นว่านั้นภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับทราบถึงการกระทำดังกล่าว ในการนี้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดดำเนินการตามที่เห็นสมควรเพื่อมิให้มีการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งโดยบุคคลดังกล่าวอีกต่อไป
ความผิดและโทษ
๑. ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๕
แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๕๔ วรรคสอง และมาตรา ๑๑๖
ฐานความผิด ใช้จ่ายในการเลือกตั้งเกินจำนวนเงินค่าใช้จ่ายตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง
ประจำจังหวัดกำหนด
อัตราโทษ จำคุกตั้งแต่ ๑ ปีถึง ๕ ปี หรือปรับตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ บาทถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือปรับ
เป็นจำนวน ๓ เท่าของจำนวนเงินที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประกาศ
กำหนด แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่ากัน หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลเพิกถอนสิทธิ
เลือกตั้งมีกำหนด ๕ ปี
๒. ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๕
แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๕๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๑๗ วรรคหนึ่ง
ฐานความผิด ไม่ยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้งภายในระยะเวลาที่กำหนด
หรือยื่นหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนตามความจริงต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ประจำจังหวัด
อัตราโทษ จำคุกไม่เกิน ๒ ปี หรือปรับไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาล
เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด ๕ ปี
๓. ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๕
แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๕๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๑๗ วรรคสอง
ฐานความผิด ถ้าข้อความในบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้งที่ได้ยื่นไว้ตามมาตรา ๕๕
วรรคหนึ่งเป็นเท็จ
อัตราโทษ จำคุกตั้งแต่ ๑ ปีถึง ๕ ปี หรือปรับตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ บาทถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาท และให้ศาล
เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด ๕ ปี (เฉพาะผู้ได้รับเลือกตั้ง)
*************
งานพรรคการเมือง
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดยโสธร
|