สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดยโสธร
Office of Provincial Election Commission of yasothon


 
 
ลงนามถวายพระพร
elib.ect
สถาบันพัฒนาพรคคการเมืองและการเลือกตั้ง
กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง
ตรวจสอบสมาชิกพรรค
ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์
แจ้งเฃบาะแสทุจริต
ลูกเสือ กกต
เครื่องลงคะแนนเลือกตั้ง
ฐษนข้อมูลหน่วยงานของรัฐ
องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
สหกรณ์ออมทรัพย์องค์กรอิสระ
 
 

กระบวนการเลือกตั้ง ส.ส.

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
 


ความสำคัญของการเลือกตั้ง ส.ส.
การเลือกตั้ง ส.ส. มีความสำคัญต่อคนไทยทุกคนที่ต้งอไปทำหน้าที่เพื่อมอำนาจอธิปไตยของเราโดยการเลือกผู้แทนไปทำหน้าที่ในการปกป้องผลประโยชน์และดูแลทุกข์สุขของประชาชน  รวมทั้งบริหารงบประมาณของประเทศชาติถึงปีละล้านล้านบาท ดังนั้นการเลือกตั้งผู้แทนที่เป็นคนดีมีความซื่อสัตย์เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนให้เข้าไปทำงานทางการเมืองเราจะทำให้สามารถใช้งบประมาณทุกบาททุกสตางค์ที่มาจากเงินภาษีของประชาชนไปพัฒนาประเทศชาติได้อย่างเต็มที่
ที่มาของ ส.ส.
ส.ส.มีจำนวน 500 คน มาจากการเลือกตั้ง 2 แบบ ได้แก่
   - ส.ส. แบบแบ่งเขต
มีจำนวน 375 คน คือ ส.ส.ที่มาจากเขตเลือกตั้งโดยการแบ่งเขตเลือกตั้งทั่วประเทศออกเป็น 375 เขต ในแต่ละเขตเลือกตั้งมี ส.ส. ได้ 1 คน โดยถือเอาผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดเป็นผู้ได้รับเลือกเป็น ส.ส.
   - ส.ส. แบบสัดส่วน
มีจำนวน 125 คน คือ ส.ส. ที่พรรคการเมืองที่ลงสมัครส่งบัญชีรายชื่อพรรคละไม่เกิน 125 คน เรียงลำดับไว้เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งพิจารณา 

             หน้าที่ของ ส.ส.
- ออกกฎหมายเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
- เป็นผู้เลือก ส.ส. ที่จะดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี
- ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน
- จัดสรรงบประมาณแผ่นดินเพื่อพัฒนาประเทศ
- นำปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนเสนอรัฐบาล

คุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ส.
- มีสัญชาติไทย แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
- อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ในวันที่ 1 มกราคม ของปีที่มีการเลือกตั้ง
- มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วันนับถึงวันเลือกตั้ง

ลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
- เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
- อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง
- ต้องคุมขังโดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
- วิกลจริต จิตฟั่นเฟือน หรือไม่สมประกอบ

การลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. ล่วงหน้า (ประกาศ 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง)
                                              
 การลงคะแนนเลือกตั้งนอกเขตจังหวัด
                      
ผู้ที่ทำงานหรืออาศัยอยู่คนละจังหวัดกับทะเบียนบ้านหรือผู้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านปัจจุบันไม่ถึง 90 วัน สามารถไปลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. ก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตจังหวัดที่ท่านทำงานหรืออาศัยอยู่ได้  แต่ต้องยื่นคำขอลงทะเบียนเพื่อขอใช้สิทธิเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้ง ต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 30 วัน จึงจะมีสิทธิ กรณีเขตเลือกตั้งใดมีพระราชกฤษฎีกาให้กมีการเลือกตั้ง ส.ส. แทนตำแหน่งที่ว่าง หรือมีการเลือกตั้งใหม่ บุคคลผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิดังกล่าวก็สามารถเดินทางกลับไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ณ หน่วยเลือกตั้งที่ตนมีชื่ออยู่ใน
ทะเบียนบ้านได้

การลงคะแนนเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง
ผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านตามทะเบียนบ้าน  แต่ในวันเลือกตั้งต้องเดนิทางออกนอกเขตไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ ก็สามารถไปแสดงตนเพื่อลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.  ก่อนวันเลือกตั้งได้ ณ ที่เลือกตั้งกลางในเขตเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิเลือกตั้ง  โดยไม่ต้องยื่นคำขอลงทะเบียนต่อต้องยื่นแสดงความจำนงขอใช้สิทธิดังกล่าวต่อ กกต.เขต

การเตรียมตัวก่อนไปเลือกตั้ง
การตรวจสอบรายชื่อ
- 20 วันก่อนวันเลือกตั้ง ตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ที่ ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการ อบต. สำนักงานเทศบาล ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หรือเขตชุมชน
- 15 วันก่อนวันเลือกตั้ง ตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและที่เลือกตั้งจากหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน (ส.ส.12)

การเพิ่มชื่อ-ถอนชื่อ
-ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน หากเห็นว่าไม่มีชื่อตนเองหรือมีชื่อผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้งปรากฎอยู่ในบัญชีรายชื่อ ผู้มีสิทธิสามารถแจ้งให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น โดยนำหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนหรือประจำตัวที่ทางราชการออกให้มาแสดงด้วย

การแจ้งเหตุที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.
-ก่อนหรือวันเลือกตั้ง 7 วัน ขอรับแบบ ส.ส. 28 หรือทำหนังสือชี้แจงเหตุที่ทำให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ได้ และให้ระบุเลขบัตรประจำตัวประชาชนและที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น  สามารถยื่นด้วยตนเองหรือมอบหมายผู้อื่นหรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน

ผู้ที่มีเหตุทำให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ไม่ได้
- ผู้มีกิจธุระจำเป็นเร่งด่วนต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกล
- ผู้ป่วยและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
- ผู้พิการหรือผู้สูงอายุและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
- ผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร
- ผู้มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากที่เลือกตั้งเกินกว่า 100 กิโลเมตร
- ผู้ประสบเหตุสุดวิสัย  เช่น อุทกภัย  วาตภัย ฯลฯ

ไม่ไปเลือกตั้ง ส.ส. เสียสิทธิอะไรบ้าง
ผู้ที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและไม่ได้แจ้งเหตุอันสมควร จะเสียสิทธิ 3 ประการ ดังนี้
1. สิทธิร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว.
2.สิทธิสมัครรับเลือกตั้งและสิทธิได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็น ส.ส. และ ส.ว. สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
3. สิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนัน และผู้ใหญ่บ้าน

สิทธิที่เสียไปจะได้คืนมาอย่างไร
สิทธิทั้ง 3 ประการ จะได้กลับคืนมา เมื่อไปใช้สิทธิการเลือกตั้งอย่างใดอย่างหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สมาชิกสภาท้องถิ่น (ส.ถ.)  หรือผู้บริหารท้องถิ่น (ผ.ถ.)


หลักฐานที่ใช้ในการเลือกตั้ง
- บัตรประชาชน (บัตรที่หมดอายุก็ใช้ได้)
-บัตรหรือหลักฐานที่ราชการหรือหน่วยงานของรัฐออกให้มีรูปถ่ายและหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน เช่น  บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ  ใบขับขี่  หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)

การอำนวยความสะดวกผู้พิการที่มีสิทธิเลือกตั้ง
คณะกรรมการการเลือกตั้ง  ได้จัดให้มีกรรมกาประจำหน่วยเลือกตั่ง  เป็นผู้อำนวยความสะดวกให้ผู้พิการใช้สิทธิเลือกตั้งได้สะดวกขึ้น โดยคอยช่วยเหลือในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งการช่วยเหลือนั้นต้องให้ผู้พิการได้ลงคะแนนด้วยตนเองด้วย เช่น จัดให้มีบัตรทาบในการลงคะแนนสำหรับผู้พิการทางสายตา  อำนวยความสะดวกในการหย่อนบัตรในหีบบัตรเลือกตั้ง ฯลฯ

ขั้นตอนการลงคะแนนเลือกตั้ง




- ตรวจสอบรายชื่อ ตรวจสอบรายชื่อและลำดับที่จากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ประกาศไว้หน้าหน่วยเลือกตั้ง
- ยื่นบัตรประชาชน  ยื่นบัตรประชาชนและลงลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
- รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือขวาบนต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง พร้อมรับบัตร 2 ใบ คือ บัตรเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขต และบัตรเลือกตั้ง ส.ส. แบบสัดส่วน (ถ้าเป็นการเลือกตั้งซ่อมจะมีเฉพาะบัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตใบเดียว)
- ทำเครื่องหมายกากบาท เข้าคูลงคะแนน ทำเครื่องหมายกากบาท X  ลงในช่องทำเครื่องหมาย

เลือกตั้งได้ไม่เกินจำนวน ส.ส.ที่มีในเขต
- บัตรเลือกตั้ง ส.ส. แบบสัดส่วน  เลือกพรรคการเมืองเพียงหมายเลขเดียว
- หากไม่ต้องการเลือกใครหรือพรรคการเมืองใด ให้ทำเครื่องหมายกากบาท X ในช่องไม่ลงคะแนน
- หย่อนบัตรด้วยตนเอง  เมื่อลงคะแนนเสร็จแล้วพับบัตรเลือกตั้งให้เรียบร้อยและหย่อนบัตรลงในหีบบัตรเลือกตั้งด้วยตนเอง


คนดีที่ควรเลือกเป็น ส.ส.
-มีประวัติการทำงานหรือผลงานที่ผ่านมาดีและเป็นที่ยอมรับ
- มีคุณธรรมและรู้จักเสียสละ
- เข้าถึงประชาชนในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและนำมาแก้ไข  โดยเสนอเป็นนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
- เป็นแบบอย่างของการรู้จักรักษาประโยชน์ของส่วนรวม  ไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง เช่น แจกเงินหรือสิ่งของเพื่อให้ผู้ใดลงคะแนนให้ตนเอง  หรือไม่ลงคะแนนให้กับผู้สมัครอื่นหรือพรรคอื่น

พรรคการเมืองที่ดี ควรมีลักษณะ เช่นไร
- มีนโยบายเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน  และมีแนวทางปฏิบัติให้เป็นจริงได้
- ระบบบริหารของพรรคยึดหลักการประชาธิปไตย
- มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
- ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้
- เป็นพรรคที่รวมคนทุกกลุ่มในสังคมเป็นสมาชิกไม่ใช่ยึดติดเพียงกล่มใดกลุ่มหนึ่ง

การนับคะแนนและการประกาศผล
เมื่อเสร็จสิ้นการลงคะแนนในเวลา 15.00 น. ของวันเลือกตั้งแล้ว จะนับคะแนน ณ ที่เลือกตั้งโดยเปิดเผยจนเสร็จสิ้นในรวดเดียว  เพื่อ
    - ป้องกันการทุจริตเลือกตั้งที่อาจเกิดจากการขนย้ายหีบบัตร
    - ให้การนับคะแนนเสร็จสิ้น และสามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้รวดเร็ว
หลังจากนั้น กกต.เขต จะรวบรวมผลการนับคะแนนของทุกหน่วยเลือกตั้งภายในเขต  และประกาศผลรวมคะแนนของเขตและปิดประกาศไว้ในสถานที่กำหนด  หร้อมรายงานต่อ กกต.ประจำจังหวัด และรายงานต่อ กกต. เพื่อประกาศและรับรองผลการเลือกตั้ง

การคัดค้านการเลือกตั้ง
ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง  ผู้สมัคร  หรือพรรคการเมือง   ซึ่งมีสมาชิกสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งหนึ่งยื่นคัดค้านต่อ กกต. โดย
- ก่อนวันการประกาศผลการเลือกตั้ง หรือภายใน 30 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง  กรณีเห็นว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย
- ภายใน 180 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง  กรณีเห็นว่าผู้สมัครหรือพรรคการมืองใด  ใช้จ่ายเงินในการเลือกตั้งเกินจำนวนที่ กกต. กำหนด หรือผู้สมัครไม่ยื่นบัญชีรายรับ รายจ่าย ภายใน 90 วันหลังวันเลือกตั้ง

สิทธิทั้ง 3 ประการ จะได้กลับคืนมาก็ต่อเมื่อไปใช้สิทธิการเลือกตั้งอย่างใดอย่างหนึ่งในการเบือกตั้งครั้งต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งระดับชาติหรือท้องถิ่น

ข้อห้าม 

        
ห้ามซื้อเสียง หรือจัดเตรียมซื้อเสียง
         ห้ามรับเงินและประโยชน์อื่นใด เพื่อลงคะแนนเลือกตั้ง
         ห้ามส่งเสียงและห้ามขายหรือจัดเลี้ยงสุรา ตั้งแต่ 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้งจนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง
         ห้ามนายจ้างขัดขวางการไปใช้สิทธิของลูกจ้าง
         ห้ามขัดขวางหรือหน่วงเหนี่ยวมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไป ณ ที่เลือกตั้ง
         ห้ามจัดยานพาหนะ (ยกเว้นหน่วยงานรัฐ) ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปเลือกตั้ง โดยไปต้องเสียค่าโดยสาร
         ห้ามทำให้บัตรเลือกตั้งชำรุดอย่างจงใจ
         ห้ามถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ตนเองได้ลงคะแนนแล้วด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดๆ
         ห้ามเล่นการพนันขันต่อใดๆ เกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง
         ห้ามเปิดเผยหรือเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง (โพลล์) ในระหว่างเวลา 7 วันก่อนวันเลือกตั้งจนถึงเวลาปิดการลงคะแนนเลือกตั้ง

ไม่ซื้อสิทธิขายเสียงเป็นสาระแห่งชาติ
รัฐบาลประกาศให้ การแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียงเป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากการทุจริตเลือกตั้งส่งผลเสียหายโดยรวมต่อประเทศชาติของเรา เช่น

         ต้องสูญเสียงบประมาณ ซึ่งมาจากเงินภาษีของประชาชนในการจัดการเลือกตั้งใหม่
         ส.ส. ที่ได้รับการเลือกตั้งเข้าไปจากการทุจริตเลือกตั้งอาจเข้าไปโกงเงินภาษีของประชาชนเพื่อถอนทุนคืน

การมีส่วนร่วมในการแจ้งเหตุ
เมื่อพบเห็นการทุจริตเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการแจกเงิน สิ่งของ หรือมีการเรียกรับเงิน หรือทรัพย์สิน ให้ช่วยกันแจ้งเบาะแส หรือรวบรวมหลักฐานการทุจริตแจ้งต่อตำรวจในพื้นที่หรือรายงานให้ กกต. ทราบ

         ด้วยตัวเอง
         ทางโทรศัพท์ หมายเลข 0-2143-8668 , 0-2141-8888

**** ข้อมูลปรับปรุงเขตเลือกตั้งใหม่ ตามรัฐธรรมนูญฯ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2554  ซึ่ง ส.ส.ยโสธร จะลดลงเหลือ  3  คน และมีเขตเลือกตั้ง 3 เขตเลือกตั้ง


 
 


ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 183
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 569,400