สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง
Political and Electoral Development Institute


 
 
E-library
เฟสบุ้คสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง
Facebook ศูนย์ศึกษาประชาธิปไตย
เฟสบุ้ค พตส. 2
 
 

รายงานการวิจัย

รายงานการวิจัย โครงการศึกษาวจัยและพัฒนาการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและระบบการลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดย คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวทยาลัย

เมื่อ : 2011-02-05 17:12:29 อ่าน : 2860

บทคัดย่อ

การพัฒนาระบบงานทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมีประโยชน์ต่อระบบการจัดการเลือกตั้งของประเทศ และมีความเป็นไปได้สูง ทั้งในด้านกฎหมาย ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และด้านสังคมจิตวิทยาและพฤติกรรมศาสตร์ รวมทั้งมีแบบอย่างที่เป็นตัวอย่างในหลายประเทศที่อาศัยการลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการบริหารจัดการการเลือกตั้งของประเทศ
กฎหมายไทยระดับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ไม่มีการจำกัด หรือขัดขวางการพัฒนาระบบงานทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กฎหมายต่างๆ อย่างไรก็ดี การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วยการเพิ่มกระบวนการลงทะเบียนการเลือกตั้งในกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ โดยการแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนการลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อรับรองการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง จะช่วยให้มีความชัดเจน สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีผลสัมฤทธิ์ และมีผลบังคับตามกฎหมาย
ระบบการลงทะเบียนผู้สิทธิเลือกตั้งและการจัดทำบัญชีผู้สิทธิเลือกตั้ง โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยให้การบริหารการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพ และเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้สิทธิเลือกตั้ง การทำงานของระบบงานใหม่มีกระบวนการทำงานหลักๆ ได้แก่ การตั้งค่าเริ่มต้นต่างๆ ในระบบทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และการจัดทำบัญชีรายชื่อ ซึ่งในการลงทะเบียนสามารถดำเนินการได้ 3

Internet หรือไปลงทะเบียนที่ทำการเขต อำเภอ องค์การบริหารส่วนตำบล หรือ การกรอกแบบฟอร์มการลงทะเบียนที่สำนักงานไปรษณีย์ ระบบงานจะทำการตรวจสอบเปรียบเทียบที่อยู่ที่ผู้ลงทะเบียนได้แจ้งไว้ กับข้อมูลที่อยู่ในทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและจัดทำรายงานสำหรับกรณีที่ข้อมูลไม่ตรงกัน เพื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง จากนั้นก็จะจัดพิมพ์ทะเบียนรายชื่อผู้สิทธิเลือกตั้ง นอกจากนี้ ระบบจะพิมพ์บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งของแต่ละหน่วยเลือกตั้งได้ด้วย ในส่วนของการตรวจสอบความถูกต้อง เป็นภาระของคณะกรรมการการเลือกตั้งจะตรวจสอบความสมบูรณ์ของรายงานบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และตรวจสอบรายงานควบคุมภายใน ประกาศใช้ต่อไป สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งสามารถอาศัยแนวทางที่ได้เสนอไว้ในรายงานนี้ในการเตรียมพร้อมด้านงบประมาณ เทคโนโลยีสารสนเทศ วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนกิจกรรมดำเนินการต่างๆ ตามการบริหารโครงการ
ในเชิงด้านสังคมจิตวิทยาและพฤติกรรมศาสตร์พบว่า การเปลี่ยนแปลงย่อมมีคนจำนวนหนึ่งแสดงพฤติกรรมต่อต้าน สำนักงานกรรมการการเลือกตั้งจะต้องอาศัยการจัดการการเปลี่ยนแปลงตามที่ได้เสนอไว้เป็นแนวทางในการลด และควบคุมผลกระทบจากการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาระบบงานทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ การเปลี่ยนแปลงในรูปแบบที่มีผู้ต่อต้านน้อยที่สุด ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป
(Developmental Change) เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ให้โอกาสผู้ที่เกี่ยวข้องในการปรับตัวและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เข้ากับระบบใหม่ เพื่อชักจูงคนที่ยังลังเลไม่ให้ต่อต้าน แต่หากมีผู้ต่อต้านและรุนแรงมากในองค์การของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งก็อาจจำเป็นต้องคัดออกจากการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการ แล้วจัดหาคนใหม่ที่เหมาะสม
การบริหารการเปลี่ยนแปลงที่สามารถลดการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงได้โดยหาผู้มีความพร้อมทันที
(Pathfinder) ที่สามารถคิดและทำได้เลย พร้อมทั้งมีใจและความสามารถเป็นคณะทำงานหลัก และมีการนำร่อง (Pilots) เป็นการดำเนินการให้ดูเป็นตัวอย่างก่อน และโน้มน้าวคนที่ชอบคิดมาก (Intellectuals) ที่มักคิดละเอียดถี่ถ้วนและชอบจับผิด ตลอดจนการให้ผู้บริหารกำกับดูแลคนที่ไม่อยากเปลี่ยนแปลงหรือดื้อเงียบ (Late Bloomer) คือ และพวกต่อต้านและก่อกระแสของการต่อต้าน ก็ให้ควบคุมไม่ให้ก่อความวุ่นวายหรือก่อกระแสการต่อต้าน
สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องที่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
(stakeholder) ที่ควรให้ความสนใจ และมีวิธีการจัดการเชิงบริหารเป็นสำคัญ ได้แก่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่แน่ชัด (สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งและนักการเมืองระดับประเทศ) กลุ่มอันตราย (สำนักทะเบียนราษฎร) กลุ่มผู้ที่อิสระ (นักการเมืองท้องถิ่น) และกลุ่มผู้ครอบงำ (คณะรัฐมนตรี) และกลุ่มที่เป็นอุปสรรค ได้แก่ สำนักงานทะเบียนราษฎร ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และนักการเมืองระดับประเทศ (../.. เป็นต้น) ซึ่งต้องอาศัยเครื่องมือทางการบริหารที่สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียผู้ในกลุ่มที่ควรให้ความสนใจ ให้มีความยุติธรรม โดยควรนำหลักธรรมภิบาลมาใช้ และการบริหารจัดการมาใช้ ได้แก่ การดำเนินงานร่วมกัน(partner) การให้เป็นที่ปรึกษา (consult) สำหรับกลุ่มผู้รักษาตัวรอด (สื่อมวลชน) อาศัยการแจ้งข้อมูลข่าวสาร (inform) ส่วนผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้อาศัยการควบคุม (control) หรือใช้การชี้แจงให้ทราบและถือปฏิบัติ


ไฟล์เอกสาร
 รายงานสรุปสำหรับผู้บริหาร.pdf 222 KB ดาวน์โหลดดาวน์โหลด
 
 



 
 


ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 3
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 190,455