สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย
Office of Chiangrai Election Commission


 
 
ราชกิจจานุเบกษา
ตรวจสอบการยกเลิกการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตจังหวัด
ตรวจสอบข้อมูลสมาชิกพรรคการเมือง
แจ้งเบาะแสทุจริตการเลือกตั้ง
ศูนย์รับร้องเรียน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ศูนย์ศึกษาประชาธิปไตย
สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง
ห้องสมุดและนิทรรศการประชาธิปไตย สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
คู่มือท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย
 
 

แบบฟอร์ม

การทำบัญชีรายรับรายจ่ายการเลือกตั้งท้องถิ่น

เมื่อ : 2011-08-18 16:07:45 อ่าน : 3768

ความสำคัญของค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง
          
พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งเช่นเดียวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยกำหนดเรื่องการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายไว้ใน มาตรา ๕๕ ว่า ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง ผู้สมัครต้องยื่นบัญชีรายรับรายจ่ายในการเลือกตั้งซึ่งรับรองความถูกต้อง พร้อมทั้งหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริง ฉะนั้นบัญชีรายรับรายจ่ายของผู้สมัคร จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้สามารถตรวจสอบได้ว่าค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครแต่ละคนเป็นอย่างไร ถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ และเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยหรือได้รับแจ้งโดยมีหลักฐานอันสมควรว่า ผู้สมัครผู้ใดใช้จ่ายในการเลือกตั้งเกินจำนวนเงินค่าใช้จ่ายที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประกาศกำหนด หรือในกรณีที่ผู้สมัครผู้ใดไม่ยื่นบัญชีรายรับรายจ่ายในการเลือกตั้ง เป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจออกคำสั่งเพิกถอนผลการเลือกตั้งของผู้ได้รับเลือกตั้งผู้นั้น และให้ดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่สำหรับตำแหน่งที่ว่างได้ เพราะฉะนั้น การจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายของผู้สมัครมีความสำคัญมาก และจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นในหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย ซึ่งนอกจากเป็นประโยชน์ในการนำมาปฏิบัติจริง ๆ ของผู้สมัครเองแล้ว ก็ยังเป็นการส่งเสริมทำให้บรรยากาศของการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรม สมดังเจตนารมณ์ของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
          การจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายในการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เริ่มต้นตั้งแต่ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ประกาศให้มีการเลือกตั้ง โดยผู้สมัครจะต้องนำรายการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันประกาศให้มีการเลือกตั้งจนถึงวันเลือกตั้งมาจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย แต่สำหรับในกรณีที่เป็นการเลือกตั้งอันเนื่องจากการครบวาระการดำรงตำแหน่ง ผู้สมัครต้องนำเอารายการค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นภายในหกสิบวันก่อนวันครบวาระการดำรงตำแหน่งมาคิดรวมเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งด้วย และหากในการเลือกตั้งครั้งนั้นมีเหตุให้ต้องมีการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่สำหรับตำแหน่งที่ว่าง ผู้สมัครแต่ละคนต้องใช้จ่ายในการเลือกตั้งใหม่ได้ไม่เกินหนึ่งในสามของจำนวนค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประกาศกำหนด
          ผู้สมัครต้องยื่นบัญชีรายรับรายจ่ายในการเลือกตั้งซึ่งรับรองความถูกต้องพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริงต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดได้รับบัญชีและรายงานแสดงรายรับและรายจ่ายแล้ว ให้จัดทำประกาศรายการค่าใช้จ่ายของผู้สมัครแต่ละประเภท พร้อมทั้งให้ปิดประกาศดังกล่าวไว้ ณ สถานที่ดังต่อไปนี้อย่างน้อยแห่งละ ๑ ชุด คือ
          - สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
          - ศาลากลางจังหวัด
          - ที่ทำการอำเภอที่มีการเลือกตั้ง
          - ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น

ประเภทค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง
ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งให้ใช้จ่ายได้ตามรายการ ดังนี้
๑. ค่าใช้จ่ายในการสมัครรับเลือกตั้ง
    ได้แก่ ค่าสมัครรับเลือกตั้ง ค่ารูปถ่ายที่ใช้ในการสมัครรับเลือกตั้ง ค่าถ่ายเอกสารประกอบหลักฐาน 
    การสมัครรับเลือกตั้ง ค่าใบรับรองแพทย์ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายในการสมัครรับเลือกตั้ง
๒. ค่าจ้างแรงงาน
    ได้แก่ ค่าจ้างอาสาสมัครหาเสียงเลือกตั้ง รวมถึงค่าจ้างแรงงานอื่น ๆ ทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับ
    การเลือกตั้งซึ่งไม่ซ้ำซ้อนกับรายการจ่ายในประเภทอื่นและไม่ขัดกับสภาพความเป็นจริงตามสภาพ  
    ท้องถิ่น เช่น ค่าจ้างอาสาสมัครอยู่ในอัตราตามค่าจ้างแรงงานปกติในท้องถิ่นนั้น
๓. ค่าเช่าและค่าตกแต่งสถานที่
    ได้แก่ ค่าเช่าสำนักงานเพื่อเป็นศูนย์รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยมิใช่ 
    สำนักงานที่เป็นที่ทำการปกติ ค่าเช่าสถานที่เพื่อปราศรัยหาเสียง ค่าเช่าสถานที่หรือค่าเช่าพื้นที่
    เพื่อติดตั้งป้ายโฆษณา โปสเตอร์ หรือสติ๊กเกอร์โฆษณาหาเสียง และค่าตกแต่งสถานที่รวมถึง
    วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการตกแต่งสถานที่และที่ใช้เป็นศูนย์รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง
๔. ค่าเช่ายานพาหนะ/ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
    ได้แก่ ค่าจ้างเหมารถยนต์ เรือยนต์หรือยานพาหนะอื่น ๆ และค่าน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับพาหนะ
    เพื่อการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งตามจำนวนยานพาหนะและจำนวนวันที่กำหนด รวมถึงค่าใช้จ่าย
    ในการเดินทางของผู้สมัครรับเลือกตั้งและผู้รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งนั้น
๕. ค่าจัดซื้อหรือค่าเช่าวัสดุและอุปกรณ์สำหรับใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง
    ได้แก่ ค่าจัดซื้อหรือเช่าวัสดุและอุปกรณ์สำหรับใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งทั้งในและนอกสำนักงาน  
    เช่น ค่าจัดซื้อเทปบันทึกเสียง ค่าเช่าเครื่องขยายเสียง แต่ไม่รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ซึ่งใช้ตกแต่ง
    สถานที่หรือใช้ในสำนักงานเป็นประจำก่อนมีประกาศให้มีการเลือกตั้งและไม่ซ้ำซ้อนกับรายการ
    จ่ายอื่น
๖. ค่าโฆษณาในสื่อต่าง ๆ 
    ได้แก่ ค่าลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ รวมทั้งสื่ออินเตอร์เน็ต ค่าจัดทำหรือจ้างในการผลิตสื่อ 
    เพื่อการออกอากาศ เช่น เทปวิทยุกระจายเสียง
๗. ค่าจัดทำป้าย เอกสาร สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการโฆษณาหาเสียง
    ได้แก่ ค่าจัดทำป้าย แผ่นปลิว แผ่นพับ โปสเตอร์ สติ๊กเกอร์และเอกสารหรือวัสดุอื่น ๆ ที่มีเป้าหมาย 
    เพื่อการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งที่มีการระบุชื่อหรือหมายเลขของผู้สมัคร ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการจัด 
    ทำป้ายให้รวมถึงค่าวัสดุอุปกรณ์ในการจัดทำป้าย ค่าจ้างเขียนป้ายและค่าติดตั้งตามจุดต่าง ๆ 
    แต่ไม่รวมถึงค่าเช่าสถานที่ที่ใช้ในการติดตั้ง
๘. ค่าสาธารณูปโภคและค่าไปรษณียากร
    ได้แก่ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าโทรศัพท์ สำหรับใช้ในศูนย์รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งซึ่งใช้เพื่อการ 
    เลือกตั้งหรือใช้ในสำนักงานซึ่งเกินกว่ารายจ่ายปกติที่เคยเป็นอยู่ ค่าไปรษณียากรสำหรับจัดส่ง 
    เอกสารการหาเสียงไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งในราชอาณาจักรและนอกราชอาณาจักร
๙. ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
    ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้งที่ไม่ขัดต่อกฎหมายหรือไม่เป็นเหตุให้การเลือกตั้ง
    ไม่สุจริต (แยกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ตามที่ผู้สมัครเห็นสมควร) ได้แก่ ค่าใช้จ่ายซึ่งไม่อยู่ในรายการ
    ค่าใช้จ่ายตามข้อ ๑-๘  และเป็นรายการจ่ายที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งใช้จ่ายจริงในการเลือกตั้งและ
    ไม่เข้าข่ายรายจ่ายในกิจกรรมที่กฎหมายกำหนดห้ามมิให้ผู้สมัครดำเนินการ

การประกาศจำนวนเงินค่าใช้จ่าย
          ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง  กำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประกาศกำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัคร ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

การห้ามผู้สมัครใช้จ่ายเกินจำนวนเงินค่าใช้จ่าย

          ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๕๔ วรรคสอง  ห้ามมิให้ผู้สมัครใช้จ่ายในการเลือกตั้งเกินจำนวนเงินที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง จำนวนเงินค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้รวมถึงบรรดาเงินที่บุคคลอื่นได้จ่ายหรือรับว่าจะจ่ายแทน และทรัพย์สินที่บุคคลอื่นได้นำมาให้ใช้หรือยกให้โดยไม่คิดค่าตอบแทน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครโดยผู้สมัครรับรู้หรือยินยอมในกรณีที่นำทรัพย์สินมาให้ใช้ ให้คำนวณตามอัตราค่าเช่าหรือค่าตอบแทนตามปกติในท้องที่นั้น

การโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งให้ผู้สมัครโดยบุคคลอื่น
          ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๕๔ วรรคสาม  บรรดาเงินที่บุคคลอื่นได้ใช้จ่ายในการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งให้ผู้สมัครและผู้สมัครได้รับทราบถึงการกระทำดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่าเป็นจำนวนเงินค่าใช้จ่ายที่ผู้สมัครรับรู้หรือยินยอมตามวรรคสอง เว้นแต่ผู้สมัครจะได้แจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดว่าไม่ยินยอมให้มีการกระทำเช่นว่านั้นภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับทราบถึงการกระทำดังกล่าว ในการนี้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดดำเนินการตามที่เห็นสมควรเพื่อมิให้มีการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งโดยบุคคลดังกล่าวอีกต่อไป

ความผิดและโทษ
๑.  ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๕ 
     แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๕๔ วรรคสอง และมาตรา ๑๑๖
     ฐานความผิด  ใช้จ่ายในการเลือกตั้งเกินจำนวนเงินค่าใช้จ่ายตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง 
                     ประจำจังหวัดกำหนด
     อัตราโทษ  จำคุกตั้งแต่ ๑ ปีถึง ๕ ปี หรือปรับตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ บาทถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาท  หรือปรับ 
                 เป็นจำนวน ๓ เท่าของจำนวนเงินที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประกาศ 
                 กำหนด แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่ากัน หรือทั้งจำทั้งปรับ  และให้ศาลเพิกถอนสิทธิ 
                 เลือกตั้งมีกำหนด ๕ ปี 
๒.  ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๕ 
     แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๕๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๑๗ วรรคหนึ่ง
     ฐานความผิด  ไม่ยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้งภายในระยะเวลาที่กำหนด 
                     หรือยื่นหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนตามความจริงต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง 
                     ประจำจังหวัด
     อัตราโทษ  จำคุกไม่เกิน ๒ ปี หรือปรับไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาล
                  เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด ๕ ปี
๓.  ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๕ 
     แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๕๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๑๗ วรรคสอง
     ฐานความผิด  ถ้าข้อความในบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้งที่ได้ยื่นไว้ตามมาตรา ๕๕ 
                     วรรคหนึ่งเป็นเท็จ
     อัตราโทษ  จำคุกตั้งแต่ ๑ ปีถึง ๕ ปี หรือปรับตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ บาทถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาท และให้ศาล
                 เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด ๕ ปี (เฉพาะผู้ได้รับเลือกตั้ง)



ไฟล์เอกสาร
 ตัวอย่างหลักฐานการรับจ่าย.pdf 1 MB ดาวน์โหลดดาวน์โหลด
 แบบฟอร์มบัญชีรายรับรายจ่าย.pdf 65 KB ดาวน์โหลดดาวน์โหลด
 กำหนดวงเงิน_อบจ.pdf 625 KB ดาวน์โหลดดาวน์โหลด
 กำหนดวงเงิน_ทต.pdf 642 KB ดาวน์โหลดดาวน์โหลด
 กำหนดวงเงิน_อบต.pdf 684 KB ดาวน์โหลดดาวน์โหลด
 ตัวอย่างหนังสือส่งบัญชีรับ-จ่าย.pdf 1 MB ดาวน์โหลดดาวน์โหลด
 
 



 
 


ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 67
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 455,063