สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครนายก
The Office of Provincial Election Commission of Nakhonnayok


 
 
Facebook สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครนายก
สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครนายก
สำนักวินิจฉัยและคดี
อ่านข่าวประจำวัน กกต. cliping news
การสรรหาสมาชิกวุฒิสภา 2554
ตรวจสอบข้อมูลสมาชิกพรรคการเมือง
ลูกเสืออาสา กกต.
ฐานข้อมูลหน่วยงานของรัฐ
แจ้งเบาะแสทุจริตการเลือกตั้ง
เครื่องลงคะแนนเลือกตั้งอิเล็กทรอ
ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์
กองทุนพัฒนาการเมือง
องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์
สหกรณ์ออมทรัพย์องค์กรอิสระ จำกัด
 
 

ข่าวประชาสัมพันธ์

สนง.กกต. ชี้แจงกรณีปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนต่างๆ *

เมื่อ : 2011-08-04 19:09:47 อ่าน : 1226
 

กกต. แจงรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.อยู่ในกรอบกฎหมาย 

 

     สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงว่า ตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของ กกต. เกี่ยวกับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อ้างว่าปฏิบัติหน้าที่ 2 มาตรฐาน จากการหยิบประเด็นหนึ่งไปเชื่อมโยงกับประเด็นหนึ่งจึงทำให้เนื้อหาข่าวเกิดความคลาดเคลื่อนขัดกับหลักข้อเท็จจริง

     การนำประเด็นการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ไปเปรียบเทียบในกรณีที่ กกต.มีมติไม่ประกาศ รับสมัครผู้สมัคร ส.ส. ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 32 คน ซึ่งอ้างกรณีของนายยุทธพงษ์ แสงศรี ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยว่า อยู่ในข่ายเดียวกัน แต่กลับถูก กกต. “ตัดสิทธิ” เลือกตั้ง เพราะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคนั้น ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า กรณีของนายยุทธพงษ์ แสงศรี ได้มีการตรวจสอบคุณสมบัติก่อนประกาศรายชื่อเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง พบว่าได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยไปแล้ว จึงทำให้ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 101(3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ซึ่งแตกต่างจากกรณีของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ที่ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ เพราะกรณีของนายจตุพร พรหมพันธุ์ มีเหตุต้องพิจารณาเรื่องคุณสมบัติ ซึ่งมีเหตุสงสัยว่าจะมีอยู่ในวันเลือกตั้งหรือหลังวันเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งเมื่อพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายใน 30วัน นับแต่วันเลือกตั้ง จึงต้องประกาศรับรองผลตามกรอบที่กฎหมายกำหนด โดยดำเนินการสอบสวนอย่างต่อเนื่องให้แล้วเสร็จ เพื่อวินิจฉัยต่อไป (รายละเอียดตามแนบ)

 

 

การชี้แจงกรณีปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนต่างๆ *

     ประเด็นที่ ๑ ที่เขียนว่าผู้สมัคร ส.ส. จำนวน ๓๒ คน ที่ถูก กกต. “ตัดสิทธิก่อนวันเลือกตั้ง ๑ วัน นั้น ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า สนง.กกต.ได้ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน ๑,๔๑๐ คน ว่ามีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่ รธน.และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด โดยแจ้งรายชื่อผู้สมัครให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งได้รับแจ้งผลการตรวจสอบจากหน่วยงาน พบรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม จำนวน ๓๒ คน โดยเสนอ ให้ที่ประชุม กกต.พิจารณาในการประชุมครั้งที่ ๕๕/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๔ ซึ่งที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ตามแบบ (ส.ส. ๒๒/บช.๒) จำนวน ๔๐ พรรค รวมทั้งสิ้น ๑,๓๗๘ คน และ ปธ.กกต. ได้ลงนามในประกาศรายชื่อผู้สมัครฯ ดังกล่าว ลงวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๔ ดังนั้น การไม่ประกาศรายชื่อผู้สมัคร จำนวน ๓๒ รายดังกล่าว จึงมิใช่การ “ตัดสิทธิ” ก่อนวันเลือกตั้ง ๑ วัน ตามที่ปรากฏใน นสพ. ฉบับดังกล่าวแต่อย่างใด

     ประเด็นที่ ๒ ที่เขียนว่านายยุทธพงษ์ แสงศรี ผู้สมัครฯ แบบบัญชีรายชื่อลำดับ ที่ ๙๘ ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งถูก กกต. ตัดสิทธิเพราะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค......... ซึ่งไม่ได้แตกต่างกับกรณีนายจตุพรฯ นั้น ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า ในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครฯ แบบบัญชีรายชื่อในเรื่องการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ด้านกิจการพรรคการเมืองฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบจากระบบฐานข้อมูลสมาชิกพรรคการเมืองของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งพบรายชื่อผู้สมัครฯ ขาดคุณสมบัติในกรณีดังกล่าว จำนวน ๕ ราย โดยปรากฏข้อมูลนายยุทธพงษ์ แสงศรี ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ ๙๘ ลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ซึ่งเป็นการลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย ก่อนที่ กกต.จะประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ส่วนกรณีนายจตุพรฯ นั้น ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า ในการดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ กรณีการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ด้านกิจการพรรคการเมืองฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบจากระบบฐานข้อมูลสมาชิกพรรคการเมืองของ สนง.กกต. ซึ่งยังปรากฏข้อมูลนายจตุพรฯ เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอยู่ ประกอบกับในข้อบังคับพรรคเพื่อไทย ในปี พ.ศ.๒๕๕๓ ข้อ ๑๐ มิได้กำหนดลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกในเรื่องการต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายไว้ ดังนั้น ทั้งสองกรณีจึงมีข้อเท็จจริงที่แตกต่างกัน

 

* เช่น คอลัมน์ “คนหน้า ๕” ในหนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ ฉบับวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๔ เป็นต้น





 
 



 
 


ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 48
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 623,633