สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพัทลุง
Office of Election Commission of Phatthalung


 
 
ราชกิจจา
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
องค์กรอิสระ
ตรวจสอบสมาชิกพรรคการเมือง
 
 

กฎหมายและความรู้เกี่ยวกับพรรคการเมือง

การจัดตั้งพรรคการเมือง ยุบเลิกพรรคการเมือง

เมื่อ : 2011-11-30 14:43:55 อ่าน : 908
การจัดตั้งพรรคการเมือง 
          บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมกันจัดตั้งพรรคการเมืองเพื่อสร้างเจตนารมณ์ทางการเมืองของประชาชนและเพื่อดำเนินกิจกรรมในทางการเมืองให้เป็นไปตามเจตนารมณ์นั้นตามวิถีทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(รัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 65) ผู้มีความประสงค์จะจัดตั้งพรรคการเมือง จะต้องมี
คุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ (รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 100 และ พ.ร.ป.ว่าด้วย
พรรคการเมือง พ.ศ.2550 มาตรา 8)
          1. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด หรือมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
          2. มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี บริบูรณ์
          3. มีจำนวนตั้งแต่ 15 คน ขึ้นไป
          4. ไม่มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง
                   4.1 เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต นักบวช
                   4.2 อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
                   4.3 ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาล หรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
                   4.4 วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ



  ขั้นตอนการจัดตั้งพรรคการเมือง 
          1. ผู้จัดตั้งพรรคการเมืองจะต้องมาร่วมกันประชุมเพื่อกำหนดชื่อพรรคการเมือง ชื่อย่อ ภาพเครื่องหมายพรรคการเมือง นโยบายและข้อบังคับของพรรคการเมือง และเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง (คณะกรรมการบริหารพรรค มีวาระการดำรงตำแหน่งตามข้อบังคับพรรค ซึ่งต้องไม่เกินคราวละ 4 ปี ประกอบด้วย 1) หัวหน้าพรรค 2) รองหัวหน้าพรรค 3) เลขาธิการพรรค 4) รองเลขาธิการพรรค 5) เหรัญญิกพรรค 6) นายทะเบียนพรรค 7) โฆษกพรรค และ 8) กรรมการบริหารพรรค)
          2. ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองยื่นขอจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง โดยจะต้องยื่นพร้อมกับเอกสาร ดังนี้
                   2.1 นโยบายและข้อบังคับพรรคการเมือง
                   2.2 บัญชีแสดงสินทรัพย์และหนี้สินของพรรค
                   2.3 หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่เป็นที่ทำการพรรคการเมือง
                   2.4 สำเนารายงานการประชุมจัดตั้งพรรคการเมือง
          3. เมื่อได้รับการยื่นจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง นายทะเบียนจะพิจารณาตรวจสอบในเรื่อง ดังต่อไปนี้
                   3.1 ผู้จดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนด และมีจำนวนตั้งแต่ 15 คน ขึ้นไป
                   3.2 ชื่อ ชื่อย่อ และภาพเครื่องหมายพรรคการเมือง นโยบายและข้อบังคับพรรคการเมืองมีลักษณะและความมุ่งหมายที่ไม่ขัดต่อมาตรา 9 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550
                   3.3 เอกสารการจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองมีรายการครบถ้วนและถูกต้อง
3.4 คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองเป็นไปตามที่กำหนดไว้ใน มาตรา 11 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550  หากนายทะเบียนตรวจสอบพบว่ารายการใดไม่ครบถ้วน นายทะเบียนจะไม่รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง โดยจะแจ้งเป็นหนังสือพร้อมทั้งเหตุผลให้ผู้ยื่นจดแจ้งการจัดตั้งพรรค ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่นายทะเบียนได้รับการยื่นจดแจ้งจัดตั้งพรรคการเมือง
4. เมื่อนายทะเบียนได้ตรวจสอบเอกสารในการยื่นจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองถูกต้องและครบถ้วนให้นายทะเบียนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการเลือกตั้ง รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองและแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นจดแจ้งการจัดตั้งทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ
                   กรณีผู้ยื่นขอจัดตั้งพรรคการเมืองไม่เห็นด้วยกับคำสั่งไม่รับการจัดตั้งของนายทะเบียน สามารถยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งดังกล่าว 
          5. นายทะเบียนจะจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองในทะเบียนพรรคการเมือง และประกาศการจัดตั้งพรรคการเมืองในราชกิจจานุเบกษา และให้พรรคการเมืองที่นายทะเบียนรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองแล้วมีฐานะเป็นนิติบุคคล

 

 
  การจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง

             -การจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง ให้หัวหน้าพรรคมีหนังสือแจ้งการจัดตั้งสาขาพรรคต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่จัดตั้งสาขาพรรคนั้น และเมื่อนายทะเบียนรับรองการจัดตั้งสาขาพรรคแล้วให้ออกหนังสือรับรองการจัดตั้งสาขาพรรค ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง



การสิ้นสภาพ การเลิก และการยุบพรรคการเมือง
          . การสิ้นสภาพพรรคการเมือง (มาตรา 91 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550)
                   1.1 ไม่ดำเนินการให้มีสมาชิกครบ 5,000 คน และสาขาภาคละ 1 สาขา ภายในเวลาที่กำหนด
                   1.2 ไม่ส่งผู้สมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ในการเลือกตั้งทั่วไป 2 ครั้ง ติดต่อกัน หรือเป็นเวลา 8 ปี ติดต่อกัน (สุดแต่ระยะเวลาใดจะยาวกว่ากัน)
                   1.3 มีสมาชิกพรรคเหลือไม่ถึง 5,000 คน เป็นระยะเวลา 1 ปี
                   1.4 ไม่มีการประชุมใหญ่พรรค หรือไม่มีการดำเนินกิจกรรมใดทางการเมืองติดต่อกัน 1 ปี
          2. การเลิกพรรคการเมือง  (มาตรา 92 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550)
                   2.1 มีเหตุต้องเลิกตามข้อบังคับพรรคการเมือง
                   2.2 มีการควบรวมพรรคการเมือง
          3. การยุบพรรคการเมือง (มาตรา 93 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550)
                   การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ อาจเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมือง
                  3.1 ไม่รายงานการดำเนินกิจการพรรคการเมืองในรอบปี หรือใช้จ่ายเงินสนับสนุนจากกองทุนไม่ถูกต้อง หรือไม่รายงานการใช้จ่ายเงินสนับสนุน
                   3.2 กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย หรืออาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ หรือขัดต่อกฎหมาย หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
                   3.3 กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งมีผลทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
                   3.4 กระทำการฝ่าฝืนมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง มาตรา 43 มาตรา 65 มาตรา 66 และมาตรา 104 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 
พรรคการเมืองที่ถูกยุบตามมาตรา 42 วรรคสองหรือมาตรา 82 หรือมาตรา 94 กรรมการบริหารของพรรคจะไปจัดตั้งพรรคขึ้นใหม่ หรือมีส่วนร่วมเป็นกรรมการบริหารพรรคไม่ได้ ภายในกำหนด 5 ปี นับแต่วันที่พรรคการเมืองนั้นต้องยุบไป


 
 



 
 


ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 34
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 358,399