สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดร้อยเอ็ด
Office of Roiet Province Election Commission


 
 
กองทุนฯพรรคการเมือง
เครื่องลงคะแนน
ตรวจสอบข้อมูลสมาชิกพรรคการเมือง
สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง
ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์
แจ้งเบาะแสทุจริตการเลือกตั้ง
ร่วมลงนามถวายพระพร
สหกรณ์ออมทรัพย์
 
 

เผอเรอเจอเด้ง

ผิดตรงไหนที่ไม่ยอมให้ลงคะแนน

เมื่อ : 2011-03-03 08:24:11 อ่าน : 917





ผิดตรงไหนที่ไม่ยอมให้ลงคะแนน
                                                                โดย ส.ต.อ.นวัต บุญศรี
                   ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาและนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นการเลือกตั้งกรณีครบวาระการดำรงตำแหน่ง ผู้สมัครมีการแข่งขันกันสูง ญาติพี่น้องของผู้สมัครที่ไปทำงานที่ต่างจังหวัดได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากผู้สมัครให้เดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง เมื่อถึงวันเลือกตั้ง นายสำลี จุดเทียนหา ผู้ใหญ่บ้านได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ปฏิบัติหน้าตั้งแต่ก่อนเปิดการลงคะแนนเรื่อยมาจนกระทั่งถึงเวลาประมาณ ๑๔.๓๐ น. ผู้ใหญ่สำลี จุดเทียนหา ได้รับโทรศัพท์จาก จานโจ้ย จานจี่โหล่ยลูกบ้านแจ้งว่า “ขณะนี้ลูกบ้านจำนวน ๑๐ คน ได้ว่าจ้างรถตู้รับจ้างโดยสารมาด้วยกันเพื่อจะไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่หมู่บ้าน ขณะนี้ได้เข้าเขตจังหวัดแล้ว ขอให้พ่อผู้ใหญ่สำลี จุดเทียนหา รอลูกบ้านด้วย”   เมื่อเวลาเดินไปจนถึงเวลา ๑๕.๐๐ น. ณ เวลานั้น มีชาวบ้านกำลังยื่นเข้าแถวรอการลงคะแนนจำนวน ๗ คน พ่อผู้ใหญ่สำลี จุดเทียนหา จึงได้ประกาศด้วยเสียงดังฟังชัดที่หน้าที่เลือกตั้งว่า “บัดนี้ เวลา ๑๕.๐๐ น. ขอปิดการลงคะแนน ณ บัดนี้ แต่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้มาแสดงตนก่อนเวลา ๑๕.๐๐ น. จำนวน ๗ คน ให้จ่ายบัตรแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนจนแล้วเสร็จ” หลังสิ้นประกาศปิดการลงคะแนนของพ่อผู้ใหญ่สำลี จุดเทียนหา รถตู้คันที่จานโจ้ย จานจี่โหล่ย กับชาวบ้านจำนวน ๑๐ คน จอดที่หน้าที่เลือกตั้ง และเดินเข้ามาเพื่อขอใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง แต่พ่อผู้ใหญ่ลำลี จุดเทียนหา ไม่ยอมให้ลงคะแนนเลือกตั้งอ้างว่าปิดการลงคะแนนแล้ว จานโจ้ย จานจี่โหล่ย และชาวบ้านที่เดินทางมาด้วยกันโต้แย้งว่า เดินทางมาถึงหลัง ๑๕.๐๐ น. เพียง ๒-๓ นาที น่าจะให้ลงคะแนนได้ และชาวบ้านคนอื่นก็กำลังลงคะแนน ประกอบกับได้โทรศัพท์ประสานไว้ก่อนแล้ว   แต่พ่อผู้ใหญ่สำลี จุดเทียนหา ก็ไม่ใจอ่อนยอมให้ลูกบ้านลงคะแนนเลือกตั้ง เกิดการโต้เถียงเหตุผลกันพอสมควร ที่สุดแล้ว จานโจ้ย จานจี่โหล่ย กับชาวบ้านจำนวน ๑๐ คน ที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ ก็ไม่ได้ลงคะแนนเลือกตั้ง 
                   ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่เป็นญาติของ จานโจ้ย จานจี่โหล่ย แพ้การเลือกตั้ง  ชาวบ้านวิพากษ์วิจารณ์และนินทากันทั่วหมู่บ้านว่า พ่อผู้ใหญ่สำลี จุดเทียนหา ปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกบ้าง   ไม่มีน้ำใจบ้าง   เป็นคนของผู้สมัครฝ่ายตรงข้ามบ้าง  แพ้การเลือกตั้งเพราะพ่อผู้ใหญ่สำลีบ้าง    สร้างความน้อยเนื้อต่ำใจให้แก่พ่อผู้ใหญ่สำลี จุดเทียนหา เรื่อยมา จนกระทั่งสมาชิกสภาและนายกองค์การบริหารส่วนตำบลครบวาระการดำรงตำแหน่งอีกรอบ พ่อผู้ใหญ่สำลี จุดเทียนหา ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งอีกเช่นเคย ในวันอบรมกรรมการประจำหน่วย ผู้เขียนได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรอบรมให้ความรู้แก่กรรมการประจำหน่วย โดยได้บรรยายให้ความรู้จนถึงตอนสุดท้ายเปิดโอกาสให้ผู้เข้ารับการอบรมซักถาม ข้อสงสัย พ่อผู้ใหญ่สำลี จุดเทียนหา ลุกขึ้นจับไมค์อย่างมั่นใจ แล้วเล่าเหตุการณ์ที่ถูกเก็บฝังใจที่เกิดขึ้นในหน่วยเลือกตั้งของตนเองเมื่อสี่ปีที่แล้วให้ผู้เขียนฟัง และถามว่า พ่อผู้ใหญ่สำลี จุดเทียนหา ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องหรือไม่   ผู้เขียนจึงตอบข้อสงสัยท่ามกลางกรรมการประจำหน่วยที่รอฟังคำตอบ ว่า มาตรา ๘๕ แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๕๔ ประกอบ ข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๖ แก้ไขเพิ่มเติมถึง(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๐ ข้อ ๖๔  ความว่าเมื่อถึงเวลา ๑๕.๐๐ น.  ให้ประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งประกาศปิดการลงคะแนน กรณีผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาแสดงตนขอใช้สิทธิเลือกตั้งก่อนเวลา ๑๕.๐๐ น. เหลืออยู่ในที่เลือกตั้งแต่ยังไม่ได้รับบัตรเลือกตั้ง ให้จ่ายบัตรเลือกตั้งแก่ผู้มาแสดงตนและลงคะแนนจนแล้วเสร็จ  กรณี ของพ่อผู้ใหญ่สำลี จุดเทียนหา นั้น เห็นว่า ชาวบ้านจำนวน ๗ คน ที่เข้าแถวรอการลงคะแนนก่อนเวลา ๑๕.๐๐ น. ถือว่าได้แสดงตนต่อกรรมการประจำหน่วยก่อนเวลา ๑๕.๐๐ น. จึงมีสิทธิรับบัตรเลือกตั้งและลงคะแนนจนแล้วเสร็จ ส่วน กรณีของจานโจ้ย จานจี่โหล่ย กับพวก ๑๐ คน ที่ได้โทรศัพท์ติดต่อพ่อผู้ใหญ่สำลี จุดเทียนหา ก่อนเวลา ๑๕.๐๐ น. ระหว่างที่เดินทาง นั้น เห็นว่า การโทรศัพท์ติดต่อไม่ถือว่าได้แสดงตนต่อกรรมการประจำหน่วย ณ ที่เลือกตั้ง ก่อนเวลา ๑๕.๐๐ น. และเมื่อสิ้นประกาศการปิดการลงคะแนนแล้ว อีก ๒-๓ นาที จานโจ้ย จานจี่โหล่ย กับพวก ๑๐ คน เดินทางมาถึงที่เลือกตั้ง   ถือว่ามาถึงที่เลือกหลัง ๑๕.๐๐ น. หรือหลังการปิดการลงคะแนน จึงไม่มีสิทธิรับบัตรเลือกตั้งจากกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง   การที่พ่อผู้ใหญ่สำลี จุดเทียนหา ไม่อนุญาตให้จานโจ้ย จานจี่โหล่ย กับพวก ลงคะแนนเลือกตั้ง นั้น เป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่ชอบแล้ว เมื่อพ่อผู้ใหญ่สำลี จุดเทียนหา ได้รับคำอธิบายคำตอบแล้ว ได้ลุกขึ้นยืนมือจับไมค์ด้วยสีหน้าที่    เบิกบานแสดงออกถึงการมีความสุข พูดว่า “ผมถูกชาวบ้านต่อว่า และเก็บกด อดทนมาตลอด ๔ ปี วันนี้ เป็นวันที่ผมมีความสุข...” เมื่อสิ้นคำพูด ผู้เข้ารับการอบรมได้ปรบมือให้แก่พ่อผู้ใหญ่สำลี จุดเทียนหา เสียงดังกึ่งก้องทั่วห้องประชุม 
                   เป็นเรื่องราวการปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามอำนาจหน้าที่แต่กลับมีผลกระทบต่อตัวเองและครอบครัว กว่าจะมีวันนี้ได้ก็สุดแสนทรมาน เสียงปรบมือจากผู้เข้าร่วมอบรมคงเป็นน้ำทิพย์ชโลมใจ พ่อผู้ใหญ่สำลี จุดเทียนหา อยู่บ้าง ฝากไปถึงกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งอื่นๆ  ให้เอากรณีพ่อผู้ใหญ่สำลี จุดเทียนหา เป็นตัวอย่าง อย่าเผลอไปเอาใจชาวบ้านโดยไม่คำนึงถึงระเบียบ เดี่ยวจะเจอเด้ง...
 
........................................
 


 
 



 
 


ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 150
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 197,802