ใช้งบประมาณของท้องถิ่น ก็มีสิทธิโดนใบแดง
โดย ส.ต.อ.นวัต บุญศรี
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่เคารพทุกท่าน เผอเรอเจอเด้ง เป็นฉบับที่ ๖ แล้ว ที่ได้
เขียนเรื่องราวการกระทำความผิดกฎหมายเลือก เผยแพร่ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้แก่ผู้สมัครและ พี่น้องประชาชนได้ศึกษา ขอบคุณทุกเสียงติชม ขอแนะนำ และให้กำลังใจ ผู้เขียนจะหาเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคมเลือกตั้งมาเผยแพร่เพื่อสะท้อนความเป็นจริงอีกมุมหนึ่งของสังคมประชาธิปไตยแบบไทยไทย
วันนี้เสนอเรื่อง “ใช้งบประมาณของท้องถิ่น ก็มีสิทธิโดนใบแดง” เรื่องมีอยู่ว่า เกิดเหตุที่องค์การบริหารส่วนตำบลในฝัน ได้มีการเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภา กรณีครบว่าระการดำรงตำแหน่ง นายลำลี จุดเทียนหา เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง นายก อบต.ในฝัน ได้รับเลือกตั้งเป็นอันดับที่ ๑ ถูกผู้สมัครฝ่ายตรงข้ามร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งว่า ขณะที่นายลำลี จุดเทียนหา ดำรงตำแหน่งเป็นนายก อบต.ในฝัน ได้ใช้อำนาจในตำแหน่งเพื่อจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้เกิดความนิยมและศรัทธา ส่งผลให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งคนอื่นเสียเปรียบ เรื่องร้องคัดค้านเข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง นายสำลี จุดเทียนหา เนื่องจากเป็นการมีมติเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหลังประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์เพื่อวินิจฉัยตามกฎหมาย ผลการวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ ฟังข้อเท็จจริงว่า วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ เป็นวันครบวาระการดำรงตำแหน่งนายก อบต.ในฝัน นายสำลี จุดเทียนหา ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นนายก อบต. ได้อนุมัติงบประมาณกลางก่อสร้างลานกีฬาอเนกประสงค์ งบประมาณ ๑๙๓,๐๐๐ บาท โดยเบิกจ่ายงบประมาณก่อนครบวาระเพียง ๑ วัน และอนุมัติเบิกจ่ายเงินเพื่อจ่ายเป็นเบี้ยเลี้ยง ชีพผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยโรคเอดส์ จ่ายให้แก่ชาวบ้านก่อนครบวาระเพียง ๑ วัน เช่นกัน
พิจารณาในประเด็นแรก งบประมาณกลางก่อสร้างลานกีฬาอเนกประสงค์ ไม่ได้ผ่านการอนุมัติของสภา แต่นายสำลี จุดเทียนหา ได้ใช้อำนาจผู้บริหารอนุมัติงบประมาณทั้งที่ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน และอนุมัติเบิกจ่ายก่อนวันครบวาระเพียง ๑ วัน ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การอนุมัติจ่ายเงินแก่ผู้รับเหมาในวันหมดวาระการดำรงตำแหน่งของนายสำลีฯ ทั้งๆ ที่ทราบว่าขัดต่อข้อบัญญัติงบประมาณและระเบียบกระทรวงมหาดไทยและมิใช่โครงการเร่งด่วน เช่นนี้ย่อมส่อให้เห็นเจตนาของนายสำลีฯ ว่าเป็นการการกระทำเพื่อหวังผลในทางการเมือง จูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตน เพราะไม่มีความจำเป็นใดที่จะต้องรีบเร่งดำเนินการ
พิจารณาในประเด็นที่สอง กรณีเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุโดยปกติแล้วจะ
เบิกจ่ายในรอบ ๖ เดือน แต่นายสำลี จุดเทียนหา ได้ใช้อำนาจเบิกจ่ายภายใน ๔ เดือนและอนุมัติเบิกจ่ายก่อนวันครบวาระเพียงหนึ่งวันเช่นกัน ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า แม้นายสำลีฯ จะมีอำนาจอนุมัติเบิกจ่ายได้ แต่การกระทำเช่นนี้ย่อมก่อให้เกิดความนิยมชมชอบของประชาชนและมีผลต่อการลงคะแนนเสียงให้นายสำลีฯ ไม่มากก็น้อย
ทั้งสองประเด็นเมื่อนายสำลีฯ ได้กระทำภายในหกสิบวันก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่งจึงถือได้ว่านายสำลี จุดเทียนหา ใช้ตำแหน่งหน้าที่กระทำการจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่ตนเอง อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๕๗ ,๖๐ ประกอบมาตรา ๙๗ จึงมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือให้ใบแดงแก่นายสำลี จุดเทียนหา เป็นเวลาหนึ่งปี ก็เป็นเรื่องราวที่สะท้อนความเป็นจริง เมื่อ ใกล้ครบวาระการดำรงตำแหน่ง ผู้บริหารท้องถิ่นก็จะอาศัยโอกาสที่ตนเองยังตำรงตำแหน่งอยู่ใช้ตำแหน่งหน้าที่นำเงินงบประมาณของแผ่นดินใช้จ่ายโดยไม่เป็นไปตามระเบียบเพื่อหาเสียงให้แก่ตนเอง ส่งผลให้ผู้สมัครอื่นเสียเปรียบ ฝากไปถึงผู้บริหารท้องถิ่นทุกท่านหากจะใช้งบประมาณแผ่นดินพัฒนาท้องถิ่นสามารถกระทำได้แต่ขอให้ใช้จ่ายอย่างสุจริตใจ อย่าให้เป็นดั่งนายสำลี จุดเทียนหา ที่เผอเรอก็เลยต้องเจอเด้ง......
.........................