สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดร้อยเอ็ด
Office of Roiet Province Election Commission


 
 
กองทุนฯพรรคการเมือง
เครื่องลงคะแนน
ตรวจสอบข้อมูลสมาชิกพรรคการเมือง
สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง
ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์
แจ้งเบาะแสทุจริตการเลือกตั้ง
ร่วมลงนามถวายพระพร
สหกรณ์ออมทรัพย์
 
 

เผอเรอเจอเด้ง

โกงการเลือกตั้งแบบเวียนเทียนกับโกงโดยใช้เทียนไข

เมื่อ : 2011-12-21 13:34:24 อ่าน : 573
โกงการเลือกตั้งแบบเวียนเทียนกับโกงโดยใช้เทียนไข  
                                                                โดย ส.ต.อ.นวัต บุญศรี

                   สมัยนี้กลโกงเลือกตั้งมีพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลง จากง่ายๆ กลายเป็นซับซ้อนากแก่การนำคนทำผิดมาลงโทษ ฉบับนี้ผู้เขียนนำวิธีการโกงเลือกตั้งแบบเวียนเทียนกับโกงการเลือกตั้งโดยใช้เทียนไข สองแบบที่มีชื่อคล้องกันแต่ไม่เหมือนกันมาเล่าให้ฟังโดยเฉพาะการโกงเลือกตั้งแบบใช้เทียนไขมีข้อเท็จจริงคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค ๔ นำเสนอด้วย
                  วิธีการโกงเลือกตั้งแบบเวียนเทียน คือ ผู้สมัครจะว่าจ้างให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ไป
ใช้สิทธิเลือกตั้งในที่เลือกตั้ง   เมื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งรับบัตรเลือกตั้งจากกรรมการประจำหน่วยแล้วเข้าไปในคูหา จะรอจังหวะที่กรรมการประหน่วยฝ่ายรักษาคู่หาและฝ่ายรักษาหีบบัตรเผลอ แล้วซ่อนบัตรเลือกตั้งไว้ในเสื้อเดินออกจากที่เลือกตั้งโดยไม่นำบัตรเลือกตั้งไปหย่อนในหีบบัตร เมื่อได้บัตรเลือกตั้งออกจากที่เลือกตั้งแล้วนำบัตรเลือกตั้งไปมอบให้ผู้สมัคร ผู้สมัครจะกากบาทในช่องทำเครื่องหมายเลขของตนเองแล้วว่าจ้างผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนอื่นที่ยังไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งซ่อนบัตรเลือกตั้งใบดังกล่าวเข้าไปในที่เลือกตั้งแสดงตนใช้สิทธิเลือกตั้งกรรมการประจำหน่วยฝ่ายจ่ายบัตรจะมอบบัตรเลือกตั้งใบใหม่ให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ต่อจากนั้น ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะเข้าไปที่คูหาเลือกตั้งแล้วนำบัตรเลือกตั้งที่ผู้สมัครมอบให้ออกมาจากที่ซ่อนไว้ในเสื้อ แล้วนำบัตรเลือกตั้งที่เพิ่งได้รับมาใหม่จากกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งซ้อนไว้ในเสื้อแทน แล้วเดินไปยังหีบบัตรเลือกตั้งและนำบัตรเลือกตั้งของผู้สมัครที่ว่างจ้างให้ซ้อนเข้ามาในที่เลือกตั้งไปหย่อนลงในหีบบัตรจึงเดินออกที่เลือกตั้งนำบัตรใหม่ที่ยังไม่มีเครื่องหมายกากบาทไปมอบให้ผู้สมัครเพื่อว่าจ้างผู้มีสิทธิเลือกตั้งรายใหม่ให้นำบัตรเลือกตั้งเข้าไปใช้สิทธิเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้ง ปฏิบัติเช่นเดียวกับคนที่ถูกว่าจ้างมารายแรก หมุนเวียนไปจนหมดผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ได้ว่าจ้างไว้ การโกงเลือกตั้งในลักษณะอย่างนี้เรียกว่า     “การโกงแบบเวียนเทียน”
                    โกงการเลือกตั้งโดยใช้เทียนไข เรื่องมีอยู่ว่าในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลแห่งหนึ่งมีเจ้าหน้าที่ของเทศบาลซึ่งทำหน้าที่รักษาบัตรเลือกตั้งบางคนใช้วัสดุคล้ายเทียนไขเคลือบในช่องทำเครื่องหมายของผู้สมัครหมายเลข ๒ ในบัตรเลือกตั้ง เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทำเครื่องหมายกากบาทในช่องทำเครื่องหมายของผู้สมัครหมายเลข ๒ ไม่ได้ หรือทำเครื่องหมายกากบาทได้โดยยาก   เมื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งทำเครื่องหมายกากบาทลงในช่องทำเครื่องหมายของผู้สมัครหมายเลข ๒ หมึกปากกาจะไม่ออกเนื่องจากช่องทำเครื่องหมายในบัตรเลือกตั้งมีความลื่นจึงไม่สามารถทำเครื่องหมายกากบาทในช่องผู้สมัครหมายเลข ๒ ได้ หรือบางคนต้องใช้ปากกาขีดทำเครื่องหมายกากบาทหลายๆ ครั้งหมึกปากกาจึงจะออก ส่งผลให้บัตรดังกล่าวอาจเป็นบัตรเสียได้  เป็นเหตุให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข ๒ ได้รับคะแนนน้อยลงกว่าที่ควรจะได้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลขอื่นได้รับประโยชน์ การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมและคะแนนเลือกตั้งดังกล่าวย่อมเป็นผลเกี่ยวข้องกับผู้สมัครหมายเลข ๑ ซึ่งได้รับการเลือกตั้งด้วย แต่ไม่ปรากฏพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข ๑ เป็นผู้ก่อ สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจให้บุคลอื่นกระทำการดังกล่าวคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติให้มีการเลือกตั้งใหม่(ใบเหลือง) และศาลอุทธรณ์ภาค ๔ มีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ตามคดีหมายเลขแดงที่ ๑๖๒๒/๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๑  
                  จากตัวอย่างการโกงเลือกตั้งดังกล่าวหากจับได้ว่า
เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายกระทำการใดๆเพื่อเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัคร ระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ ๑-๕ ปี และปรับตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ บาท ถึง ๒๐๐,๐๐๐ บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด ๑๐ ปี (พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น ม.๖๐ ประกอบ ๑๑๘)หรือผู้ใดจงใจทำให้บัตรเลือกตั้งชำรุดหรือเสียหายหรือทำบัตรเสียให้เป็นบัตรใช้ได้ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑ ปี และปรับไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด ๕ ปี (พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น ม.๑๒๓) หรือผู้ใดนำบัตรเลือกตั้งออกนอกที่เลือกตั้ง ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๑-๕ ปี และปรับตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ บาทถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด ๕ ปี (พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น ม.๗๖ วรรคสอง ประกอบ ม. ๑๒๖) เป็นเรื่องราวดีๆ แปลกๆ มาเล่าให้ฟังเพื่อเป็นอุทาหรณ์ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เผอเรอหลงผิดส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ท้องถิ่นอาจจะเจอ...เด้ง...
         
...........................................
 


 
 



 
 


ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 244
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 199,902